ฤดู Meme Coin กลับมาอีกครั้ง! BONK, PEPE วิ่งสองหลัก นำทัพเหรียญมีมทะยานสวนตลาด
ตลาดคริปโตสั่นสะเทือนอีกครั้ง—ไม่ใช่ด้วยข่าว ETF หรืออัพเกดเครือข่าย แต่ด้วยการฟื้นคืนชีพของเหรียญมีมที่หลายคนคิดว่าจบไปแล้ว
แรงซื้อที่พุ่งพรวด
BONK และ PEPE ตีตัวออกห่างจากตลาดด้วยการวิ่งขึ้นสองหลักในเวลาเพียงไม่กี่วัน นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการเคลื่อนไหวนี้สะท้อนสภาพคล่องส่วนเกินที่หาทางออก—เมื่อสินทรัพย์หลักชะลอตัว เงินก็ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงสูงสุด
จิตวิทยาตลาด vs. พื้นฐาน
ไม่มีข่าวพัฒนาการทางเทคนิค ไม่มีหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ใหม่ล่าสุด แค่แรงโมเมนตัมและความทรงจำถึงฤดูกาล bull market รอบที่แล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทิ้งคำถามใหญ่ให้กับนักลงทุนสถาบัน: นี่คือสัญญาณสุขภาพของตลาดปลายน้ำ หรือแค่การพนันที่สวมหน้ากากเป็นการลงทุน?
หนึ่งในเทรดเดอร์ให้ความเห็นอย่างขำขันว่า 'นี่คือวิธีที่ตลาดบอกว่าเรามีเงินเหลือเฟือจนไม่รู้จะทำอะไร—เหมือนกับที่บริษัทจดทะเบียนประกาศซื้อหุ้นคืนเมื่อขาดไอเดียในการเติบโต'
ระวังความร้อนสูงเกิน
ประวัติศาสตร์สอนเราว่า meme coin rally มักมาพร้อมกับการแก้ตัวที่รุนแรงไม่แพ้กัน การวิ่งขึ้นสองหลักสร้างความมั่งคั่งบนกระดาษได้ในชั่วข้ามคืน แต่ก็สามารถระเหยหายไปได้ในเวลาเดียวกัน
สำหรับตอนนี้ แรงซื้อยังคงส่งเสียงดังกว่าคำเตือนใดๆ ตลาดกำลังบอกเราอย่างชัดเจน: ในยุคที่ความน่าเบื่อเป็นศัตรูตัวฉกาจ แม้แต่การเดิมพันที่ไร้เหตุผลก็ดูน่าสนใจกว่าการนั่งรอผลตอบแทนแบบธรรมดา
มูลค่าตลาดของเหรียญมีม (Meme Coin) ที่มา: TradingView
ข้อมูลล่าสุดจาก CoinGecko ยืนยันว่า เหรียญมีมตัวท็อปกำลังพากันเด้งแรง รับต้นปี 2026 โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่ใหญ่อย่าง Dogecoin (DOGE) ปรับตัวขึ้นถึง 20% ตามมาด้วย Shiba Inu (SHIB) ที่บวกเพิ่ม 18.9% แต่ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดต้องยกให้ Pepe (PEPE) ที่ราคาพุ่งทะยานอย่างรุนแรงถึง 62.8 % ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา และราคาเพิ่มขึ้นกว่า 6.9% ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ในขณะที่ Bonk ราคาก็เพิ่มขึ้นกว่า 46.3 % ภายใน 7 วัน โดยในขณะที่รายงาน ราคาซื้อขายอยู่ที่ $0.00001185 ดอลลาร์
และความร้อนแรงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เหรียญมีมแถวหน้าเท่านั้น เพราะเหรียญมีมระดับรองอีกหลายตัว ก็ทำกำไรเป็นตัวเลขสองหลัก จนพากันติดอันดับเหรียญที่ทำกำไรสูงสุดบนหน้าเว็บ CoinGecko กันอย่างคึกคัก
นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือสัญญาณของ “เงินใหม่” จากกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่เริ่มกลับเข้ามาลุยตลาดอีกครั้งหลังจากยืนคอยอยู่ข้างสนามมานาน สอดคล้องกับข้อมูลจาก Santiment ที่ระบุว่า แรงซื้อเริ่มกลับมาหลังจากช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัว (FUD) จนถึงจุดสูงสุด
🐶📈 Meme coins, the most "speculative" of assets, have proceeded with their post-holiday run. The entire meme market cap is now above $45.3B, growing by +20.8% in just the past week.
📊 Notable 7-day gainers include:
🪙 $PEPE +54%
🪙 $USELESS +54%
🪙 $MOG +38%
🪙 $DOG +36%
🪙… pic.twitter.com/htdfiXLaLf
นอกจากนี้ข้อมูลจาก Google Trends ยังยืนยันชัดเจนว่า ยอดการค้นหาคำว่า “meme coin” พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ซึ่งพิสูจน์ได้ว่า ความสนใจจากมหาชนกำลังกลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนราคาให้พุ่งทะยานในขณะนี้
ความสนใจในการค้นหา Meme Coin แหล่งที่มา: Google Trends
อีกเหตุผลที่น่าสนใจคือ กลไกด้าน “ภาษี” โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ นักวิเคราะห์มองว่า แรงซื้อที่ถล่มทลายในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2026 เกิดจากการที่นักลงทุนรายใหญ่ใช้วิธีขายเหรียญที่ขาดทุนทิ้งในช่วงปลายธันวาคม เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี แต่เนื่องจากคริปโตถูกจัดเป็น “ทรัพย์สิน” (Property) ไม่ใช่หลักทรัพย์เหมือนหุ้น จึงไม่ติดกฎ Wash Sale ที่ห้ามซื้อคืนภายใน 30 วัน ทำให้พวกเขาสามารถขาย เพื่อเคลียร์ภาษีเสร็จแล้ว “กดซื้อกลับได้ทันที” ในช่วงต้นปี เพื่อชิงความได้เปรียบในไตรมาสที่ 1 ส่งผลให้เหรียญสายเก็งกำไรอย่างเหรียญมีม ได้รับอานิสงส์จากโมเมนตัมการซื้อคืนนี้จนราคาพุ่งแรงอย่างที่เห็น
ที่มา : beincrypto