เหลือเชื่อสุดขีด! ชาวเน็ตใช้เวลา 7 ปีเดารหัส Bitcoin Wallet จนกระทั่งเจอวิธีนี้ - ไขความลับที่ Wall Street ไม่อยากให้คุณรู้
มันคือการไล่ล่าที่กินเวลานานกว่าการศึกษาในมหาวิทยาลัย - 7 ปีเต็มของการเดารหัสผ่าน Bitcoin Wallet ที่สูญหาย จนกระทั่งวิธีหนึ่งที่เรียบง่ายกลับกลายเป็นกุญแจทอง
ไขปริศนาดิจิทัลที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้
ไม่ใช่การโจมตีด้วยพลังประมวลผลมหาศาล หรืออัลกอริทึมที่ซับซ้อน แต่มันคือการกลับไปสู่พื้นฐาน: การวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมมนุษย์, ร่องรอยดิจิทัลที่เจ้าของทิ้งไว้, และความเข้าใจในวิธีที่คนทั่วไปสร้างรหัสผ่านที่ 'ปลอดภัย' ในยุค 2010s
เมื่อเทียบกับระบบความปลอด้อมของธนาคารดั้งเดิมที่ล็อกคุณออกหลังจากพยายามผิด 3 ครั้ง - กระเป๋า Bitcoin นี้ให้โอกาสไม่จำกัด แต่ก็ไร้ซึ่ง 'การกู้คืนบัญชี' แบบดั้งเดิม
บทเรียนราคาแพงสำหรับนักสะสม Crypto
กรณีนี้ตอกย้ำกฎเหล็กของวงการ: ถ้าคุณไม่ควบคุม Private Key คุณก็ไม่เคยเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริงๆ - วลีที่นักลงทุน Crypto ฟังจนชินหู แต่หลายคนยังคงทำผิดพลาดซ้ำๆ ด้วยการฝากเงินในแพลตฟอร์มกลางเหมือนเล่นรูเล็ตต์กับ FSA
ในโลกที่ธนาคารกลางพิมพ์เงินได้ไม่จำกัด การไขรหัส Bitcoin Wallet หนึ่งใบกลับต้องใช้เวลา 7 ปี - บางทีความขาดแคลนที่แท้จริงในระบบการเงินอาจไม่ใช่ทองคำหรือดอลลาร์ แต่คือ 'ความอดทน' นั่นเอง
AdExternal209 เล่าประสบการณ์ว่า ย้อนกลับไปในปี 2017 ตัวเขาได้ทำการเข้ารหัส paper wallet ด้วย BIP38 (กลไกที่ถอดรหัสยากและช้าที่สุดในบรรดากระเป๋าเงินรุ่นเก่า) เนื่องจากในเวลานั้นเขากังวลเรื่องความปลอดภัยมาก จึงได้ทำการตั้งรหัสที่พอจะจำได้โดยมีพื้นฐานมาจากวงดนตรีที่ชื่นชอบที่สุด
วันเวลาผ่านมาจนถึงปี 2024 หรือ 7 ปีให้หลัง แต่ผู้ใช้รายนี้ก็ยังไม่สามารถเข้าถึง Bitcoin ในกระเป๋าของตัวเองได้สักทีแม้จะพยายามมาอย่างยาวนาน เขาเชื่อมั่นว่ารหัสที่เขารับรู้ “ในหัว” นั้นถูกต้อง แต่ทำไมถึงยังไม่สามารถปลดล็อกได้
เขาคิดไปว่า บางทีอาจเป็นเรื่องของตัวพิมพ์ตัวเล็กตัวใหญ่ที่พลาด บางทีอาจพิมพ์ผิดโดยไม่ตั้งใจ หรือ เป็นเรื่องของรูปแบบคีย์บอร์ดที่เขาใช้สลับกันระหว่าง AZERTY และ QWERTY
ต่อมา AdExternal209 จึงได้หาหนทางกู้คืนอื่นๆ เช่น btcrecover, hascat แต่สิ่งเหล่านั้นก็ช้าเกินไปสำหรับ BIP38 EC-multiply เพราะมีความเร็วที่ได้อยู่แค่ประมาณ 5-10 รหัสผ่านต่อวินาที ในขณะที่ Wordlist ของเขามีการดัดแปลงรหัสนับล้านรูปแบบ
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เขาเลิกพึ่งพาเครื่องมือคนอื่นและสร้างเครื่องมือใหม่โดยอ้างอิงจากพฤติกรรมของตนเองซะเลย โดยตรวจสอบว่าปุ่มไหนกันแน่ที่มีการกดผิดพลาด Caps lock , พิมพ์ตกตัวอักษร หรือ พิมพ์เบิ้ล
ผลสรุปว่า รหัสผ่านที่เขาจดจำได้มีตัวอักษรผิดไป “หนึ่งตัว” เท่านั้นเป็นการกดผิดปุ่มไปกดปุ่มข้างๆตัวอักษรที่เขาต้องการจะกด นั่นจึงทำให้เข้าต้องเสียเวลาการเข้าถึง Bitcoin ในกระเป๋านี้เป็นระยะเวลานานหลายปี ใช้ความพยายามนับพันครั้ง จากความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
บทเรียนนี้ได้ทำให้หลายคนตระหนักได้ถึงความสำคัญ ในการเพิ่มความรอบคอบขณะที่ทำการเข้ารหัสหรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนซึ่งมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ง่ายหากละเลยหรือไม่ชำนาญ
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งาน Reddit รายอื่นได้เข้ามาปลอบใจว่าเหตุการณ์นี้ได้ทำให้ตัวของ AdExternal209 กลายเป็น HODLER ไปโดยปริยาย ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะขาย Bitcoin ออกไปนานแล้ว หากเขาสามารถเข้าถึงกระเป๋า Wallet ของตัวเองได้ง่ายๆ
ที่มา : Reddit