ถึงเวลาเปลี่ยนขั้วอำนาจ! เวเนซุเอลาอาจได้ผู้นำคนใหม่เป็นชาวผู้สนับสนุน Bitcoin แทนที่ ’มาดูโร’
การเมืองกำลังพลิกผันพร้อมกับพอร์ตโฟลิโอดิจิทัล—ผู้ท้าชิงหนุ่มไฟแรงประกาศศรัทธาใน Bitcoin ขณะที่ระบอบเก่ายังติดหล่มกับนโยบายเงินเฟ้อระดับ 1,000,000%
ภูมิทัศน์ใหม่แห่งอำนาจ
ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งทั่วไป แต่เป็นการลงคะแนนเสียงระหว่างสองแนวคิดทางการเงินที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง ขั้วหนึ่งยึดติดกับระบบโบราณที่ทำให้โบลีวาร์กลายเป็นกระดาษไร้ค่า อีกขั้วมองเห็นทางรอดในเครือข่ายกระจายอำนาจที่ตัดตัวกลางออกไป
Bitcoin เป็นนโยบายแคมเปญ
ผู้สมัครรายนี้ไม่แค่ทวีตเกี่ยวกับ crypto—เขาขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจรอบบล็อกเชน โดยเสนอให้รัฐบาลถือ Bitcoin เป็นทุนสำรอง เปิดรับการชำระเงินสกุลดิจิทัลสำหรับบริการสาธารณะ และสร้างกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับการขุดคริปโตในประเทศที่อุดมด้วยพลังงาน
ปฏิกิริยาจากตลาดและมหาอำนาจ
ตลาดตอบสนองทันทีด้วยการปรับขึ้นราคา Bitcoin เล็กน้อย ขณะที่วอชิงตันกับคารากัสจ้องหน้ากันผ่านเลนส์นโยบายใหม่—คราวนี้ไม่ใช่เรื่องน้ำมัน แต่เป็นเรื่องฮาร์ดแวร์ขุดและน็อดส่วนตัว
การเดิมพันที่สูงกว่าแค่ตำแหน่งประธานาธิบดี
นี่คือการทดสอบว่าแนวคิด 'รัฐชาติบนบล็อกเชน' จะอยู่รอดในสนามการเมืองจริงหรือไม่ ในประเทศที่ประชากรกว่า 30% ยังขาดการเข้าถึงบริการการเงินพื้นฐาน การเสนอทางเลือกผ่านสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องอาจได้ใจมากกว่าสัญญาเลือกตั้งแบบเก่าทุกข้อ
สายการผลิตขุด Bitcoin อาจกลายเป็นเส้นทางสู่อำนาจที่แท้จริง—และนั่นคือความเคลื่อนไหวที่ทำให้ทั้งวอลล์สตรีทกับพรรคการเมืองเก่าหวาดหวั่นเท่าๆ กัน
ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐฯจะทำการแทรกแซงเวเนซุเอลานจนกว่าจะมีการตั้งผู้นำขึ้นมาใหม่ ซึ่งถ้าหาก Machado ได้ขึ้นมารับตำแหน่งประชาชนชาวเวเนซุเอลาอาจได้รับอิสรภาพทางการเมืองมากขึ้น ร่วมถึงการนำตลาดตลาดเสรีกลับมา และการนำ Bitcoin มาใช้งานแทนที่สกุลเงินท้องถิ่นที่สูญเสียอำนาจการซื้อไปมาก
Machado เคยกล่าวกับ Alex Gladstein หัวหน่าฝ่ายกลยุทธ์ของมูลนิธิ Human Rights เมื่อปี 2024 ว่าเธอนั้นมีความคิดที่จะตั้งคลังทุนสำรอง Bitcoin ระดับชาติและนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาใช้ในการชำระเงิน เพราะ Bitcoin เป็นทางออกท่ามกลางภาวะวิกฤตเงินเฟ้อรุนแรงซึ่งเธอระบุว่า
“Bitcoin ได้วิวัฒนาการมาจากการเป็นเพียงเครื่องมือด้านมนุษยธรรม ไปสู่หนทางสำคัญในการต่อต้านอำนาจรัฐ และเฝ้ารอที่จะได้นำมันมาใช้อย่างเต็มที่ในเวเนซุเอลาใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย”
ปัจจุบันมีประชาการชาวเวเนซุเอลากว่า 8 ล้านคน ได้หลบหนีลี้ภัยออกจากประเทศนับตั้งแต่มาดูโรขึ้นมาดำรงตำแหน่งในปี 2013 และคริปโตก็เป็นหนทางหลักในการส่งเงินช่วยเหลือกลับมายังผู้ที่อยู่ภายในประเทศ
แม้โปรไฟล์ของเธอจะดูสวยหรูดูดี แต่ “ทรัมป์” กลับกล่าวตรงไปตรงมาว่า Machado เป็นผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมก็จริง แต่เธออาจเป็นผู้นำได้อย่างยากลำบากเพราะเธอไม่มีเสียงสนับสนุนหรือเป็นที่เคารพจากคนในประเทศ แต่คอมเมนต์ของทรัมป์ก็ถูกต้านโดยนักวิเคราะห์การเมืองภายในประเทศว่าไม่เป็นความจริง
อย่างไรก็ตาม คู่แข่งคนสำคัญของ Machado อย่างพรรค The United Socialist Party ที่นำโดย Rodríguez รักษาการประธานาธิบดีในปัจจุบัน นั้นมีประวัติยาวนานในเรื่องของการต่อต้านและทำการปิดเหมืองขุด Bitcoin โดยอ้างเรื่องการใช้ไฟเถื่อนและไม่มีใบอนุญาต ทำให้อนาคตของ Bitcoin อาจขึ้นอยู่กับว่าใครจะได้เป็นผู้นำ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์ได้เข้าพูดคุยกับ Rodríguez แล้วเป็นที่เรียบร้อยและได้ส่งสัญญาณการยอมร่วมมือหลังจากก่อนหน้านี้ได้วิจารณ์ปฏิบัติการของทรัมป์ว่า เป็น “การลักพาตัวอย่างผิดกฎหมาย และละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ”
ที่มา : Cointelegraph