เจ็บกันระนาว! โปรเจคที่เปิดตัวในปี 2025 กว่า 85% มีราคาต่ำกว่าตอนเปิดตัว

ตลาดคริปโตปี 2025 ส่งเสียงสะท้อนที่ชัดเจน: การลงทุนในโปรเจคใหม่กลายเป็นเกมที่แพงกว่าเดิม
สถิติที่ออกมาจากข้อมูลจริงเผยให้เห็นภาพที่หลายคนไม่อยากเชื่อ โปรเจคที่เปิดตัวในปีนี้กว่า 85% ตกอยู่ในสภาวะ "ราคาต่ำกว่าจุดเริ่มต้น" ตัวเลขนี้ไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นข้อเท็จจริงที่วัดจากกราฟราคาโดยตรง
ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?
ตลาดที่อิ่มตัวด้วยการเสนอขายครั้งแรก (IDO/IEO) มากเกินไปสร้างปรากฏการณ์ "ผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อ" นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากถูกดึงดูดด้วยคำสัญญาแห่งอนาคต แต่กลับพบว่าความคาดหวังกับความเป็นจริงห่างกันหลายช่วงตัว
กลยุทธ์การเทขายทันทีหลังเปิดตัว (immediate dump) กลายเป็นพฤติกรรมมาตรฐานของนักลงทุนสถาบันบางกลุ่ม พวกเขาเข้าซื้อในราคาต้นทุนต่ำจากรอบตำแหน่งส่วนตัว แล้วปล่อยออกสู่ตลาดทันทีที่ราคาพุ่ง—ทิ้งให้นักลงทุนรายย่อยถือถุงในราคาสูงสุด
บทเรียนที่ต้องจดจำ
ตัวเลข 85% บอกอะไรเราบ้าง? มันไม่ใช่แค่สถิติ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยน mindset การวิเคราะห์พื้นฐาน (fundamental analysis) กลับมามีความสำคัญกว่าเดิม การไล่ตาม hype และ FOMO อาจนำไปสู่การสูญเสียที่หลีกเลี่ยงได้
สำหรับนักพัฒนาที่กำลังวางแผนเปิดตัวโปรเจคในปี 2026 ข้อมูลนี้ควรเป็นเข็มทิศ—ตลาดกำลังบอกว่าความยั่งยืนสำคัญกว่าการสร้างความตื่นเต้นชั่วคราว
และสำหรับนักลงทุน? นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทบทวนกลยุทธ์ เพราะในตลาดที่โปรเจค 85% ทำผลงานได้แย่กว่าเริ่มต้น โอกาสที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ใน 15% ที่เหลือ—หรือไม่ก็อยู่ในความอดทนรอคอยจังหวะที่เหมาะสม
สุดท้ายนี้ จำไว้ว่า: ในวงการที่การ "สร้างความมั่งคั่ง" มักถูกขายเป็นผลิตภัณฑ์ การรักษาต้นทุนให้อยู่รอดบางครั้งก็คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
โปรเจคเปิดตัวใหม่ร่วงหนักเป็นประวัติการณ์
ในบรรดาโทเค็นที่ทำผลงานย่ำแย่ที่สุด Syndicate ร่วงลงถึง 93.64% จากราคาเปิดตัว ตามมาด้วย Animecoin, Berachain และ Bio Protocol ซึ่งต่างร่วงลงมากกว่า 93% เช่นกัน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาด TGE ซึ่งในอดีตเคยเป็นช่วงที่ราคามักพุ่งแรงหลังเปิดตัว แต่ในปี 2025 กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแรงขายอย่างต่อเนื่อง
ความเหลื่อมล้ำระหว่าง VC กับรายย่อยยังเป็นปัญหาหลัก
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่กดดันตลาดรายย่อยคือโครงสร้างการระดมทุนของโปรเจคคริปโต โดยกองทุน VC มักเข้าลงทุนในราคาประเมินที่ต่ำกว่านักลงทุนทั่วไปหลายเท่า บางกรณีอาจต่ำกว่า 10 – 1,000 เท่า
เมื่อถึงช่วง TGE นักลงทุนรายย่อยจึงมักเข้าซื้อโทเค็นในระดับมูลค่าที่ “พุ่งไปแล้ว” ไปแล้ว ส่งผลให้เหลือพื้นที่สำหรับการปรับตัวขึ้นของราคาอย่างจำกัด
เฉพาะใน ไตรมาส 1 ปี 2025 เงินทุนร่วมลงทุนในภาคคริปโตสูงถึง 4.8 พันล้านดอลลาร์ และใน ไตรมาส 3 สตาร์ทอัพและโปรเจคคริปโตระดมทุนได้อีก 4.59 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินทุนส่วนใหญ่ไหลไปยังโปรเจคระยะปลาย มากกว่าการเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อย
ยังมีผู้ชนะ แม้จะเป็นส่วนน้อย
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกโปรเจคจะล้มเหลวในปีนี้ โทเค็นของโปรเจค-ขนาดใหญ่หรือเครือข่ายที่มีฐานผู้ใช้งานเดิม เช่น Zora, Bedrock, Humanity และ Yooldo Games ทำผลงานได้ดีกว่าตลาด
โดยเฉพาะ Aster โทเค็นที่ได้รับการสนับสนุนจาก YZI Labs ซึ่งปรับตัวขึ้นกว่า 700% จากราคาเปิดตัว กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ตัวอย่างที่สวนกระแสตลาดขาลงของปี 2025