BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
5 เหตุผลที่ไตรมาส 1 ปี 2026 อาจจุดชนวน ’ตลาดคริปโต’ ให้เป็นขาขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

5 เหตุผลที่ไตรมาส 1 ปี 2026 อาจจุดชนวน ’ตลาดคริปโต’ ให้เป็นขาขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

Published:
2025-12-14 23:17:55
16
2

เตรียมตัวให้พร้อม: ไตรมาสแรกของปี 2026 อาจเป็นจุดเริ่มต้นของตลาดกระทิงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโตเคอร์เรนซี

เหตุผลที่ 1: วงจรฮาล์ฟวิ่งที่สมบูรณ์แบบ

การลดจำนวนเหรียญใหม่ของบิตคอยน์จะถึงจุดสูงสุดในปี 2025 สร้างแรงกดดันด้านอุปทานที่รุนแรงในเวลาที่ความต้องการจากสถาบันเริ่มเข้าสู่กระแสหลัก

เหตุผลที่ 2: การรับรอง ETF รุ่นที่สอง

หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง ก.ล.ต. (SEC) และ FSA อาจเปิดทางให้กองทุนที่ลงทุนในอัลท์คอยน์โดยตรง ตัดวงจรความซับซ้อนเดิมและปลดล็อกเงินทุนนับแสนล้านดอลลาร์

เหตุผลที่ 3: การบูรณาการ DeFi แบบไร้รอยต่อ

โครงสร้างพื้นฐานเลเยอร์-2 และแอปพลิเคชัน Web3 จะถึงจุดที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่รู้สึกว่ากำลังใช้บล็อกเชน ทำให้การใช้งานจริงทะลุจุดวิกฤต

เหตุผลที่ 4: นโยบายการเงินโลกที่ผ่อนคลาย

ธนาคารกลางทั่วโลกอาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง สร้างสภาพแวดล้อมที่ 'เงินราคาถูก' ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงสูง—แน่นอนว่าหลังจากช่วยเหลือภาคการเงินดั้งเดิมไปก่อนแล้ว

เหตุผลที่ 5: การฟื้นตัวของตลาด NFT และเกม

วงจรนวัตกรรมใหม่จะผลักดันยูทิลิตี้ที่จับต้องได้เกินกว่าคลื่นเก็งกำไรเดิม สร้างระบบนิเวศที่ดึงดูดผู้ใช้จริงนับล้าน

ทั้งหมดนี้มาบรรจบกันในไตรมาสแรกของปี 2026 ไม่ใช่การคาดเดา แต่เป็นการจัดเรียงตัวของปัจจัยพื้นฐานที่ชัดเจน ตลาดอาจไม่รอให้คุณพร้อม—แต่จุดชนวนนั้นกำลังถูกจุดแล้ว

1. Fed ยุติการทำ QT ส่งผลให้แรงกดดันต่อตลาดหายไป

เหตุผลแรกคือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ยุติการทำ Quantitative Tightening (QT) หรือมาตรการดูดสภาพคล่อง ออกจากระบบการเงินที่ดำเนินมาตลอดปี 2025 

ซึ่งในอดีต แค่การ “หยุดดูดเงินออก” จากระบบ ก็ถือเป็นสัญญาณบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ราคา Bitcoin สามารถปรับตัวขึ้นได้ถึง 40% หลัง Fed หยุดลดงบดุล โดยนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ตลาดจะเริ่มรับรู้ถึงผลดีของการยุติการทำ QT อย่างจริงจัง ในช่วงต้นปี 2026 นี้

In 2019, the Fed announced QT would end on August 1st.

The balance sheet of the Fed continued dropping in August despite QT having officially ended because the last round of treasury maturities did not settle until mid August.

Just because QT ends December 1st does not mean the…

— Benjamin Cowen (@intocryptoverse) December 1, 2025

2. โอกาสลดดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง หนุนสินทรัพย์เก็งกำไร

มีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะ ลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้งในปี 2026 โดยอ้างอิงจากสัญญาณที่มาจาก Fed เอง หลังจากที่ได้มีการเริ่มลดดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้านี้ และคาดการณ์ของ Goldman Sachs ชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยอาจลดลงมาอยู่ที่ราว 3–3.25% 

การที่อัตราดอกเบี้ยถูกปรับให้อยู่ในระดับต่ำ จะส่งผลให้ ต้นทุนทางการเงินโดยรวมต่ำลง หรือที่เรียกว่า “เงินถูกลง” ซึ่งสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจเช่นนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่มักจะกระตุ้นและหนุนราคาสินทรัพย์เก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง คริปโต ให้ปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างชัดเจน

Goldman: "We expect another Fed cut in December, followed by two more moves in March and June 2026 that take the funds rate to 3-3.25%."

— zerohedge (@zerohedge) November 23, 2025

3. Fed เริ่มซื้อพันธบัตรระยะสั้น อัดฉีดสภาพคล่องช่วยตลาด

ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้ประกาศว่าจะเริ่ม ซื้อพันธบัตรระยะสั้น (Treasury Bills) เพื่อ “รักษาสภาพคล่องในระบบ” และลดความตึงเครียดในตลาดเงิน 

แม้ว่าประธาน Jerome Powell จะยืนยันว่า การดำเนินการนี้ไม่ใช่การทำ QE (การอัดฉีดเงินครั้งใหญ่) โดยตรง แต่ก็เป็นการตอบสนองต่อปัญหาที่เริ่มปรากฏ เช่น กองทุนตลาดเงินถือเงินสดไว้สูงเกินไป และความตึงตัวในการออกพันธบัตรระยะสั้น การซื้อพันธบัตรครั้งนี้ จึงถือเป็น การเสริมสภาพคล่อง ที่เป็น ปัจจัยเชิงบวก ต่อทั้งตลาดคริปโตและตลาดหุ้นในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2026

ตารางการดำเนินการซื้อพันธบัตรกระทรวงการคลัง (T-bill) ปกติ ของธนาคารกลางนิวยอร์ก แหล่งที่มา: XWIN Research and Asset Management

4. การเมืองสหรัฐฯ ต้องการ เสถียรภาพ ก่อนเลือกตั้ง

เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมของ สหรัฐฯ  ในเดือนพฤศจิกายน 2026 ทำให้ฝ่ายนโยบายมีแรงจูงใจสูง ที่จะหลีกเลี่ยงความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาด

ซึ่ง Thorsten Froehlich นักวิจัยเศรษฐกิจมหภาค ระบุว่า “ถ้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ พัง ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม รัฐบาลปัจจุบันจะโดนเต็ม ๆ” ดังนั้น ฝ่ายนโยบายจึงจะพยายามประคองตลาดหุ้น รวมถึงคริปโต ให้ไปต่อให้ได้ 

โดยบรรยากาศทางการเมืองแบบนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่ออกมาอย่างฉับพลัน และเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนในตลาด

If the stock market in the USA falters before the midterm elections, the current US administration will be held accountable – hence they will do everything they can to keep things going in #equities (and #crypto) pic.twitter.com/AytBUmXtBR

— Thorsten Froehlich (@FroehlichThors1) December 7, 2025

5. ภาวะที่ตลาดแรงงานโดยรวมดูไม่ดีนัก แต่กลับเป็นผลดีต่อคริปโต

ข้อมูลตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนตัวลง เช่น อัตราการจ้างงานที่ชะลอตัวลง หรือมีการเลย์ออฟเล็ก ๆ น้อย ๆ สถานการณ์เช่นนี้ จะไปกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น  ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องทางการเงิน ไหลเข้าสู่ระบบมากขึ้น และตามมาด้วย การที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซีจะได้ประโยชน์จากเงินทุนที่ไหลเข้ามา

ด้าน Alice Liu หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinMarketCap ก็คาดการณ์ว่า ตลาดคริปโตจะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง ใน กุมภาพันธ์–มีนาคม 2026 โดยกล่าวว่า

“เราจะเห็นการฟื้นตัวของตลาดคริปโตใน ไตรมาส 1 ปี 2026 โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม จากการรวมกันของปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคในหลายด้าน”

CRYPTO IS ABOUT TO HAVE THE BIGGEST PUMP WE'VE EVER SEEN IN OUR LIVES

I'M EXPECTING ANYWHERE BETWEEN $300K AND $600K IN Q1 2026

— Vibes (@Vibesmetax) December 14, 2025

ที่มา : beincrypto

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.