Stablecoin ทุบสถิติ! พุ่งแตะ 3.1 แสนล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ตลาด Stablecoin กำลังบอกอะไรเรา? มูลค่ารวมทะลุเพดานใหม่—แตะระดับที่นักวิเคราะห์บางคนเคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้
ตัวเลขล่าสุดชัดเจน: 3.1 แสนล้านดอลลาร์
ทำไมถึงพุ่งแรงขนาดนี้?
ผู้เล่นรายใหญ่ยังคงครองส่วนแบ่งตลาด แต่ความต้องการที่แท้จริงมาจากการใช้งานจริง—การซื้อขาย, การให้กู้ยืม, และการชำระเงินข้ามพรมแดนที่เร็วและถูกกว่าธนาคารดั้งเดิม ผู้ค้าปลีกและสถาบันต่างหันมาใช้ Stablecoin เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกเก่ากับโลกใหม่ของดิจิทัลแอสเซต
แต่เบื้องหลังความสำเร็จ...
การเติบโตนี้มาพร้อมกับคำถามใหญ่เกี่ยวกับความโปร่งใสของทุนสำรองและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ เจ้าหน้าที่ควบคุมทั่วโลกกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่แค่ต้องการความมั่นคงท่ามกลางความผันผวน—เหมือนกับการซื้อประกันในตลาดตลาดหมี
มองไปข้างหน้า: การแข่งขันจะดุเดือดขึ้น
โครงการใหม่ๆ พยายามแย่งชิงส่วนแบ่งด้วยฟีเจอร์ที่ล้ำกว่า ในขณะที่ผู้เล่นเดิมปรับตัวและขยายบริการ นี่ไม่ใช่แค่การสะสมมูลค่า แต่เป็นการแข่งขันเพื่อกำหนดอนาคตของระบบการชำระเงินเอง
ปิดท้ายด้วยความจริงที่โหดร้ายของวงการ: ในโลกการเงิน บางครั้งสิ่งที่ 'เสถียร' ที่สุดก็คือความต้องการของตลาดสำหรับสินทรัพย์ที่หลีกเลี่ยงความวุ่นวายที่ธนาคารกลางสร้างขึ้น—แม้ว่าตัวมันเองอาจจะไม่ได้ 'เสถียร' อย่างที่ชื่อบอกเสมอไปก็ตาม
มูลค่าตลาด Stablecoin ที่มา: DeFiLlamaการเคลื่อนไหวในรอบนี้ ถูกขับเคลื่อนโดยเจ้าตลาดอย่าง Tether ( USDT) ที่ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งถึง 60.10% ด้วยมูลค่ารวม 1.86 แสนล้านดอลลาร์ โดยเพียงสัปดาห์เดียวมีการพิมพ์เหรียญเพิ่มเข้าระบบถึง 593 ล้านดอลลาร์
ตามมาด้วย Circle (USDC) ที่มีส่วนแบ่งตลาด 25% และมีเงินไหลเข้ากว่า 555 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการใช้งานจริง (Real-World Adoption) หลังจากที่ YouTube อนุญาตให้ครีเอเตอร์รับรายได้เป็น PayPal USD (PYUSD) ดันให้มูลค่าตลาดโตสวนกระแส 13.33% ขึ้นแท่นผู้นำในกลุ่ม Payment Stablecoin
ในทางตรงกันข้าม Stablecoin ประเภทเน้นผลตอบแทนดอกเบี้ย กลับเผชิญภาวะเงินไหลออกอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องเสถียรภาพและการหลุด Peg ส่งผลให้ USDe ปรับตัวลง 2.98% และ USDtb ร่วงหนักถึง 18.99%
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ชัดว่า เม็ดเงินลงทุนกำลังย้ายไปสู่ Stablecoin กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรอบวัฏจักรตลาดถัดไป มากกว่าการเสี่ยงเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย
ที่มา:cryptopolitan