ทรัมป์ยังไม่จบ! ลั่นลดดอกเบี้ย 0.25% ‘ยังไม่พอ’ – เร่งเฟ้นหาประธาน Fed คนใหม่มาเสียบแทน

เสียงคำรามจากวอชิงตันยังไม่เงียบ: การตัดลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ถูกมองว่าเป็นแค่การเกาคัน ทางการเงิน
### เสียงเรียกร้องที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
แรงกดดันกำลังพุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งสูงสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ เสียงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำนโยบายการเงินดังขึ้นชัดเจน หลายฝ่ายมองว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นแค่การเดินหมากช้าๆ ในเกมที่ควรต้องเร่ง
### เกมแห่งการเปลี่ยนเก้าอี้
กระบวนการสรรหาผู้นำคนใหม่กำลังถูกเร่งเครื่อง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางนโยบายที่อาจพลิกโฉม ภาพของ 'เก้าอี้ร้อน' ที่เฟดกำลังนั่งอยู่ชัดเจนขึ้นทุกวัน
ตลาดกำลังจับตาทุกการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพราะการเปลี่ยนประธานเฟดไม่เคยเป็นแค่เรื่องบุคคล—มันคือการปรับเข็มทิศเศรษฐกิจทั้งเรือ
และในวงการเงิน มักมีคำพูดติดปากว่า: 'การตัดลดดอกเบี้ย 0.25% ก็เหมือนกับการยื่นร่มในพายุเฮอริเคน—ดีแต่มอง'
‘ยังไม่พอ’ ทรัมป์จี้ลดดอกเบี้ยเพิ่ม
แคโรไลน์ เลวิตต์ (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีรู้สึกยินดีที่เห็นการลดดอกเบี้ยในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เขามีความคิดเห็นที่ชัดเจนว่า “ควรต้องทำมากกว่านี้” แม้ว่า Fed จะส่งสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากต้องรอดูความชัดเจนของตลาดแรงงานและเงินเฟ้อก่อนก็ตาม ทรัมป์แสดงจุดยืนชัดเจนมาตลอดว่าเขาไม่พอใจการทำงานของ เจโรม พาวเวล ประธาน Fed คนปัจจุบัน โดยวิจารณ์ว่าลดดอกเบี้ยช้าเกินไปและไม่กล้าหาญพอ
เปิดศึกชิงเก้าอี้ประธาน Fed คนใหม่
ในขณะที่วาระของพาวเวลกำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม ทรัมป์ได้เดินหน้าสัมภาษณ์ผู้สมัครเพื่อมารับไม้ต่ออย่างเข้มข้น โดยมีชื่อของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) อดีตผู้ว่าการ Fed และ เควิน แฮสเซตต์ (Kevin Hassett) ที่ปรึกษาเศรษฐกิจทำเนียบขาว เป็นตัวเต็งสำคัญ นอกจากนี้ยังมีชื่อของ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์, มิเชล โบว์แมน และ ริก รีเดอร์ จาก BlackRock อยู่ในโผด้วย
‘หุ่นเชิด’ ของทรัมป์?
อย่างไรก็ตาม การเฟ้นหาตัวผู้สืบทอดตำแหน่งครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ อลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกตัวแม่จากพรรคเดโมแครต ได้ออกมาสับเละว่าตัวเก็งของทรัมป์ โดยเฉพาะ เควิน แฮสเซตต์ นั้นเป็นเพียง “หุ่นเชิด” ที่จะไม่สามารถรักษาความเป็นอิสระของธนาคารกลางไว้ได้ เพราะเขาทำงานรับใช้ทรัมป์โดยตรงในฐานะผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่าจะตัดสินใจเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งสำคัญนี้ในช่วงต้นปีหน้า
ที่มา: reuters