เผยสาเหตุทำไม Bitcoin ร่วงทุกทีที่ตลาดสหรัฐฯ เปิด? - ไขปริศนาคลื่นขายที่มากับแสงตะวัน

Bitcoin ส่ายตัวทุกครั้งที่ Wall Street เริ่มวันใหม่ - นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
### นาฬิกาแห่งความผันผวน
ดูเหมือนนาฬิกาเปิดตลาดนิวยอร์กจะส่งสัญญาณให้เกิดการเทขาย Bitcoin อย่างเป็นระบบ นักลงทุนสถาบันอเมริกันใช้ช่วงเช้าในการปรับพอร์ตโฟลิโอ สร้างแรงกดดันขายที่กระจุกตัวในเวลาเดียวกันทุกวัน กลไกนี้ทำงานเหมือนนาฬิกาสวิส - แม่นยำและไร้ความปราณี
### เส้นเลือดใหญ่ของสภาพคล่อง
เมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดประตู สภาพคล่องมหาศาลก็เริ่มไหลเวียน นักเทครายใหญ่ใช้โอกาสนี้ปิดตำแหน่งในตลาดคริปโตเพื่อระดมทุนสดเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ การเคลื่อนไหวนี้สร้างเอฟเฟกต์โดมิโนที่กระทบราคา Bitcoin ภายในไม่กี่นาที
### จิตวิทยาแห่งการติดตามเทรนด์
อัลกอริทึมเทรดดิ้งจับสัญญาณเดียวกันและขยายผลการเคลื่อนไหวออกไป ขณะที่เทรดเดอร์รายย่อยตกอยู่ในวังวนแห่งความกลัว - ขายตามเพราะคิดว่าตลาดรู้บางอย่างที่พวกเขาไม่รู้ มันเป็นการตื่นตระหนกที่สร้างขึ้นเองโดยสมบูรณ์
ตลาดคริปโตเติบโตเกินวัยรุ่นแต่ยังมีปฏิกิริยาตอบสนองเหมือนเด็กประถมที่เห็นเข็มฉีดยา Bitcoin อาจเป็นอนาคตของการเงิน แต่มันยังสะดุ้งเฮือกทุกครั้งที่ตลาดหุ้นโบราณในนิวยอร์กจาม - บางทีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของเราก็ยังต้องก้มหัวให้กับพิธีกรรมเก่าแก่ของวอลล์สตรีทอยู่ดี
กำไร 16 ชั่วโมง หายวับใน 20 นาที
กราฟราคาล่าสุดแสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำซากจนน่าขนลุก โดย Bitcoin ที่สะสมแรงบวกมาตลอดทั้งคืนกว่า 16 ชั่วโมง กลับถูกทุบราคาร่วงลงอย่างรุนแรงจนกำไรทั้งหมดหายไปภายในเวลาเพียง 20 นาที ทันทีที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เริ่มสังเกตเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน รวมถึงเคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี ซึ่งรูปแบบการ “เชือดไก่” ภายในชั่วโมงแรกของการซื้อขายแล้วค่อยๆ ปล่อยให้ราคาฟื้นตัวช้าๆ นั้น เป็นลายเซ็นที่ชัดเจนของการซื้อขายด้วยความถี่สูง หรือ High-Frequency Trading (HFT)
เปิดแผน ‘ทุบเพื่อเก็บ’ ของ Jane Street
นักวิเคราะห์จาก ZeroHedge ได้ชี้เป้าไปยัง Jane Street บริษัทเทรดดิ้งความถี่สูงรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ โดยกลยุทธ์ที่ใช้ดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่โหดเหี้ยม คือการเทขาย Bitcoin ใส่ตลาดทันทีที่เปิดทำการเพื่อกดดันราคาให้ร่วงลงไปสู่จุดที่มีสภาพคล่องสูง (Liquidity Pockets) จากนั้นจึงอาศัยจังหวะที่แมลงเม่าตกใจเทขายตาม เข้ามาช้อนซื้อของคืนในราคาที่ต่ำกว่า พฤติกรรมนี้ทำให้พวกเขาสามารถสะสม Bitcoin ได้จำนวนมหาศาลในต้นทุนที่ถูกลงเรื่อยๆ ทุกวัน
หลักฐานมัดตัว ถือครอง ETF ระดับพันล้าน
ทฤษฎีนี้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อดูจากข้อมูลพอร์ตการลงทุน ล่าสุดพบว่า Jane Street ถือครองหน่วยลงทุนในกองทุน BlackRock’s IBIT ETF คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถานะการถือครองที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ของบริษัท นอกจากนี้ ข้อมูลผู้ถือหุ้นยังแสดงให้เห็นว่า Jane Street เป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดคริปโต ETF อื่นๆ เช่นกัน โดยเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 3 ในกองทุน iShares Ethereum Trust สิ่งนี้ยืนยันได้ว่าแรงเทขายที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจมหภาค แต่เกิดจากการ “ปั่น” ของวาฬยักษ์ใหญ่ตัวจริง และเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เล่นรายนี้เก็บของจนพอใจ ราคา Bitcoin ก็พร้อมที่จะดีดตัวกลับขึ้นไปตามโมเมนตัมเดิมอย่างรุนแรง
ที่มา: X