พายุคริปโตจ่อถล่ม? ออปชัน BTC–ETH มูลค่า $4.5 พันล้านหมดอายุวันนี้ นักลงทุนผวาความผันผวนหนัก
ตลาดคริปโตฯ กำลังจับตาการหมดอายุของสัญญาออปชัน Bitcoin และ Ethereum มูลค่ากว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ในวันนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดความผันผวนครั้งใหญ่ในตลาดดิจิทัล
นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการทดสอบความแข็งแกร่งของตลาดในภาวะปัจจุบัน การหมดอายุของสัญญาขนาดมหาศาลมักสร้างแรงกดดันระยะสั้น แต่ก็อาจเปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่มองการณ์ไกลเข้าซื้อสะสมในราคาที่ถูกกว่า
สำหรับมืออาชีพแล้ว ความผันผวนไม่ใช่ศัตรู แต่คือโอกาสในการทำกำไร ส่วนนักลงทุนรายย่อยอาจต้องเตรียมใจสำหรับการแกว่งตัวของราคาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดวัน
ในวงการการเงินดั้งเดิมอาจมองว่านี่คือความไม่เสถียร แต่สำหรับวงการคริปโตฯ นี่คือการเต้นรำตามจังหวะของตลาดเสรีที่ไร้ตัวกลางควบคุม
อย่างไรก็ดี Deribit แพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์ชั้นนำกลับมีมุมมองที่ต่างออกไป โดยระบุว่าอัตราส่วนในขณะนี้สะท้อนถึง “ความสมดุล” ของตลาด ซึ่งอาจหมายความว่าเราจะไม่เห็นความผันผวนที่รุนแรงนัก การกระจุกตัวของสัญญา (Cluster) ที่ระดับราคา 90,000 ดอลลาร์ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดกำลังอยู่ในสภาวะรอดูท่าที เพื่อรอปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นก่อนที่จะเลือกทิศทางที่ชัดเจนต่อไป
ข้ามมาดูทางฝั่งของ Ethereum กันบ้าง สัปดาห์นี้มีมูลค่าสัญญาที่กำลังจะหมดอายุรวมกว่า 770 ล้านดอลลาร์ โดยราคาซื้อขายปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 3,242 ดอลลาร์ ซึ่งยังคงอยู่เหนือจุดเจ็บปวดสูงสุดที่ระดับ 3,100 ดอลลาร์ สำหรับรายละเอียดของสัญญานั้นประกอบด้วยฝั่งขาขึ้น (Calls) 107,282 สัญญา และฝั่งขาลง (Puts) 130,597 สัญญา ทำให้อัตราส่วน Put-to-Call อยู่ที่ 1.22
สถานการณ์ของ Ethereum จึงมีความคล้ายคลึงกับ Bitcoin กล่าวคือ แม้นักลงทุนจำนวนมากจะคาดการณ์ว่าราคาอาจปรับตัวลดลงในสัปดาห์นี้ แต่ข้อมูลเชิงลึกกลับเผยให้เห็นว่ายังมีนักลงทุนอีกกลุ่มที่วางเดิมพันฝั่งขาขึ้น (Call) ไว้ที่เป้าหมายสูงถึง 3,400 ดอลลาร์ แรงต้านระหว่างมุมมองทั้งสองฝั่งนี้ทำให้ภาพรวมตลาดของ Ethereum ในปัจจุบันยังคงอยู่ในสถานะ “เป็นกลาง” ที่ต้องจับตาดูกันต่อไป
สุดท้ายนี้ แม้การที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง และมีการเตรียมตัวอัดฉีดเงินเข้าระบบแบบฉุกเฉินมูลค่ากว่า $4 หมื่นล้านอาจเป็นสัญญาณที่ดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต แต่นักวิเคราะห์ยังคงเชื่อว่า ยังคงเร็วไปที่จะเรียกเหตุการณ์เหล่านี้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้น เพราะยังมีแรงกดดันอื่นๆ อยู่อีกมากไม่ว่าจะเป็นเงินไหลออกจาก ETF , Strategy ที่เริ่มย่ำแย่ เป็นต้น
ที่มา : Beincrypto