BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
ไมเคิล เซย์เลอร์ เสนอโมเดล “ธนาคาร Bitcoin” ให้รัฐบาลทั่วโลก ใช้ดอกเบี้ยสูงดึงเงินล้านล้าน

ไมเคิล เซย์เลอร์ เสนอโมเดล “ธนาคาร Bitcoin” ให้รัฐบาลทั่วโลก ใช้ดอกเบี้ยสูงดึงเงินล้านล้าน

Published:
2025-12-08 19:01:59
8
2

Michael Saylor เสนอโมเดล “ธนาคาร Bitcoin” ให้รัฐบาลทั่วโลก ปั้นดอกเบี้ยสูงดึงเงินล้านล้าน

ไมเคิล เซย์เลอร์ โยนระเบิดเข้าไปในวงการการเงินดั้งเดิมด้วยข้อเสนอที่กล้าหาญ: รัฐบาลควรเปิดตัวธนาคาร Bitcoin ของตัวเอง

โมเดลที่ว่านี้ทำงานอย่างไร? ธนาคารกลางจะออกพันธบัตรที่ค้ำประกันด้วย Bitcoin โดยตรง—ไม่ใช่แค่สกุลเงินกระดาษ—และเสนออัตราดอกเบี้ยที่น่าตกใจเพื่อดึงดูดทุนจากทั่วโลก

มันตัดผ่านระบบเดิมทั้งหมด

แทนที่จะพึ่งพาเครื่องพิมพ์เงินแบบเก่า รัฐบาลจะดึงดูดเงินทุนจริงจากนักลงทุนทั่วโลกที่อยากได้สัมผัสกับ Bitcoin แต่ไม่อยากจัดการกับความผันผวนเอง ธนาคารกลางทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลความเสี่ยง—และเก็บส่วนต่างดอกเบี้ยไว้

ภาพที่เห็นคือเงินไหลเข้าหลายล้านล้านดอลลาร์จากกองทุนบำเหน็จบำนาญ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และนักลงทุนสถาบันที่หาช่องทางเข้าถึง Bitcoin อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัย

เสน่ห์หลักอยู่ที่การเสนอทางเลือกที่เหนือกว่า: ได้รับดอกเบี้ยสูงในสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แทนที่จะได้ดอกเบี้ยต่ำในสกุลเงินที่อ่อนค่าลงเรื่อยๆ

ฝ่ายวิจารณ์มองว่านี่เป็นแค่แผนการขาย Bitcoin แบบหรูหรา แต่เซย์เลอร์ยืนยันว่านี่คือการอัพเกรดระบบการเงินระดับโลก—เปลี่ยนรัฐบาลจากผู้พิมพ์เงินเป็นผู้บริหารสินทรัพย์ดิจิทัลสุดพรีเมียม

ในโลกที่ธนาคารกลางยังคงคิดว่าการพิมพ์เงินคือคำตอบสำหรับทุกปัญหา โมเดลนี้เสนอทางออกที่โหดเหี้ยมแต่ตรงไปตรงมา: หยุดพิมพ์ เริ่มสะสม

โมเดล “Digital Credit” ดอกเบี้ยสูง-ความผันผวนต่ำ?

เซย์เลอร์ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของระบบธนาคารในปัจจุบัน โดยเฉพาะในญี่ปุ่น ยุโรป และสวิตเซอร์แลนด์ ที่ให้ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเตี้ยเรี่ยดินหรือแทบเป็นศูนย์ ทำให้ผู้คนต้องหันไปเสี่ยงในตลาดหุ้นกู้แทน

ข้อเสนอของเขาคือการสร้างบัญชีธนาคารรูปแบบใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป โดยมีโครงสร้างดังนี้:

  • 80% ลงทุนในตราสารเครดิตดิจิทัล (Digital Credit Instruments)
  • 20% ถือเป็นเงินสด (Fiat Currency) เพื่อสภาพคล่อง
  • 10% กันสำรองส่วนเกิน (Reserve Buffer) เพื่อลดความผันผวน

บัญชีเหล่านี้จะถูกหนุนหลังด้วย Bitcoin ในอัตราส่วน Overcollateralization ที่ 5:1 (มีสินทรัพย์ค้ำประกัน 5 ดอลลาร์ ต่อหนี้สิน 1 ดอลลาร์) ซึ่งเขาเชื่อว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับผู้ฝากเงิน

Strategy เดินหน้าสะสม Bitcoin เพิ่ม-ทะลุ 6.6 แสนเหรียญ

เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ที่เขาเรียกว่า “Digital Capital” ล่าสุด Strategy ได้ประกาศเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 10,624 BTC ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าประมาณ 962.7 ล้านดอลลาร์

การเข้าซื้อครั้งนี้ทำให้ยอดถือครองรวมของบริษัทพุ่งสูงถึง 660,624 BTC คิดเป็นมูลค่าต้นทุนรวมประมาณ 4.935 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 74,696 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ตอกย้ำสถานะการเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก

บททดสอบจริงผ่าน “STRC” และเสียงวิจารณ์

วิสัยทัศน์เรื่องธนาคาร Bitcoin ของเซย์เลอร์ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่กำลังถูกทดสอบผ่านผลิตภัณฑ์ของบริษัทเองอย่าง “STRC” (Series A Perpetual Convertible Preferred Stock) ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิที่มีลักษณะคล้ายตลาดเงิน จ่ายเงินปันผลประมาณ 10% ต่อปี และมีโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อรักษามูลค่าให้ใกล้เคียงพาร์ โดยมี Bitcoin ในคลังของบริษัทเป็นตัวหนุนหลัง

ปัจจุบัน STRC มีมูลค่าตลาดเติบโตแตะ 2.9 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ก็เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน จอช แมน (Josh Man) อดีตเทรดเดอร์จาก Salomon Brothers เคยวิจารณ์กลยุทธ์ของเซย์เลอร์ว่าเป็น “ความเขลา” โดยเตือนว่าความผันผวนของ Bitcoin อาจทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่องได้หากผู้ฝากต้องการถอนเงินพร้อมกัน

ที่มา: cointelegraph

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.