ทรัมป์เมินคริปโทฯ! เอกสารความมั่นคงแห่งชาติไร้เงา ’บล็อกเชน’ สะท้อนมุมมองทางการเมือง
วอชิงตัน — เอกสารนโยบายความมั่นคงแห่งชาติฉบับล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์ กลับเงียบสนิทต่อเทคโนโลยีที่กำลังปฏิวัติระบบการเงินโลก
### คำว่า 'คริปโท' หายไปไหน?
ร่างเอกสารยุทธศาสตร์ที่เผยแพร่เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2025 ขาดการกล่าวถึงสกุลเงินดิจิทัลและบล็อกเชนอย่างสิ้นเชิง — ช่องว่างที่สะดุดตาท่ามกลางการเติบโตของอุตสาหกรรมมูลค่าหลายล้านล้านบาท การตัดสินใจละเลยเทคโนโลยีนี้ส่งสัญญาณชัดเจนต่อตลาด: นโยบายดั้งเดิมยังคงมองข้ามคลื่นดิสรัปชันตัวต่อไป
### การเมืองเหนือนวัตกรรม
การเมินเฉยเกิดขึ้นในเวลาที่ภาคส่วนกำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด — มูลค่าตลาดรวมทะลุ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ และสถาบันการเงินรายใหญ่ทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง นักวิเคราะห์มองว่าการไม่รวมคริปโทฯ ไว้ในวาระความมั่นคงแห่งชาติเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายที่ตั้งใจ มากกว่าการหลงลืม
### เสียงสะท้อนจากวอลล์สตรีท
"เอกสารฉบับนี้บอกเราทุกอย่างเกี่ยวกับลำดับความสำคัญทางการเมือง และเกือบไม่มีอะไรเกี่ยวกับอนาคตของการเงิน" นักกลยุทธ์ด้านดิจิทัลแอสเซตจากธนาคารใหญ่รายหนึ่งให้ความเห็นอย่างขมขื่น "เหมือนเขียนแผนที่ถนนในปี 2025 โดยไม่พูดถึงรถยนต์ — แค่บอกว่าควรดูแลถนนลูกรังให้ดี"
การเพิกเฉยต่อบล็อกเชนในเอกสารระดับชาติอาจไม่หยุดนวัตกรรมได้ แต่ชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับกรอบคิดด้านนโยบายแบบดั้งเดิม — ช่องว่างที่นักลงทุนต้องเดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยทั้งโอกาสและความไม่แน่นอน
ส่วนที่ถูกเน้นในเอกสารจากทำเนียบขาว ระบุว่า สหรัฐฯ จะต้อง ‘ขยายอำนาจเหนือกว่าในภาคการเงิน’ ที่มา: ทำเนียบขาว
ในเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ มีข้อความหนึ่งที่ระบุว่า สหรัฐฯ จะรักษา “ความเป็นผู้นำระบบการเงินโลก” ผ่านการใช้ “นวัตกรรมดิจิทัล” และการสร้างความปลอดภัยของตลาด ซึ่งข้อความนี้สามารถ ตีความได้ว่า มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมคริปโทอยู่บ้าง แม้จะไม่ได้ระบุคำว่า คริปโทอย่างชัดเจนก็ตาม
แม้เอกสารด้านความมั่นคง จะไม่ได้กล่าวถึงคริปโท แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลทรัมป์ได้ผลักดันอุตสาหกรรมคริปโทอย่างจริงจังในปีนี้ และถือเป็นรัฐบาลที่ “โปรคริปโท” มากที่สุด เห็นได้จากการดำเนินการที่ผ่านมา ได้แก่ การออกกฎหมาย GENIUS Act เพื่อควบคุม Stablecoin, การเซ็นคำสั่งให้มีการตั้งทีมงานด้านคริปโทระดับประเทศ, การสั่ง “แบน CBDC” (สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง) ของสหรัฐฯ, การสั่งให้หน่วยงานรัฐลดความเข้มงวด ในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโท, และการตั้ง Bitcoin Reserve เพื่อเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐไว้เป็นทุนสำรอง
นอกจากนี้ เอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติยังเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก NATO ใช้งบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 5% ของ GDP ซึ่งการเพิ่มงบประมาณมหาศาลนี้ อาจทำให้รัฐบาลต้อง กู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น และ ดันอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ผลที่ตามมาคือ ธนาคารกลางอาจ ลดอัตราดอกเบี้ยได้ช้าลง ซึ่งเป็นการ กดดันตลาดคริปโท ให้ฟื้นตัวได้ยากยิ่งขึ้นไปอีกชั้น
โดยปัจจัยสำคัญที่สุดที่ตลาดกำลังจับตาในสัปดาห์นี้คือ ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยมีการคาดการณ์จากตลาดสูงเกือบ 88.5% ว่า Fed จะตัดสินใจ ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา การลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed นั้น เป็นผลดีอย่างยิ่งต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโท ที่ทำให้ราคามักจะพุ่งสูงขึ้น
ที่มา : cointelegraph