ธนาคารยักษ์สั่งปิดบัญชี CEO แอป Bitcoin - JPMorgan กับสงครามลับต่อต้านคริปโต

JPMorgan โยนถุงมือ! สั่งระงับบัญชี CEO แพลตฟอร์ม Bitcoin แม้กฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติ
สงครามเงียบของสถาบันการเงินดั้งเดิม
ธนาคารระดับโลกกำลังใช้กลยุทธ์ลับเพื่อปิดกั้นผู้เล่นคริปโตรายสำคัญ - การเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกับนโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติโดยตรง
การตัดสินใจของ JPMorgan ส่งสัญญาณชัดเจน: สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมยังคงมองคริปโตเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจทางการเงินของพวกเขา
แม้จะมีคำสั่งห้ามเลือกปฏิบัติจากรัฐบาล แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่กลับหาทางอ้อมเพื่อจำกัดการเข้าถึงบริการทางการเงินของผู้ประกอบการคริปโต
กลายเป็นเรื่องตลกที่สถาบันการเงินซึ่งเคยปฏิเสธ Bitcoin กลับกลายเป็นผู้กำหนดว่าใครสามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลได้
การปิดบัญชีครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ - มันคือการยิงปืนนัดแรกในสงครามทางการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้น
ปิดบัญชีฟ้าผ่า-อ้าง “กิจกรรมที่น่ากังวล” แต่ไม่เผยรายละเอียด
Jack Mallers เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เขาถูกธนาคาร JPMorgan Chase ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกรรมตั้งแต่เดือนกันยายน โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเนื่องจากบิดาของเขาเป็นลูกค้าสถานะ Private Client ของธนาคารแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี แต่เมื่อเขาพยายามสอบถามถึงสาเหตุ กลับได้รับคำตอบซ้ำๆ ว่า เราไม่ได้รับอนุญาตให้บอกคุณ
ในจดหมายแจ้งปิดบัญชีที่ Mallers ได้รับ ธนาคารระบุเพียงกว้างๆ ว่าตรวจพบกิจกรรมที่น่ากังวลจากการตรวจสอบตามปกติ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเจาะจงใดๆ โดยอ้างถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการรักษาความมั่นคงของระบบการเงิน นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิง กฎหมายความลับทางการเงิน (Bank Secrecy Act) และระบุว่าธนาคารอาจไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ให้กับเขาได้ในอนาคต
ท้าทายคำสั่ง “ทรัมป์” และข้อกังวล Operation Choke Point 2.0
การเคลื่อนไหวของ JPMorgan ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งบริหาร (Executive Order) ในเดือนสิงหาคม เพื่อห้ามไม่ให้มีการทำ Debanking หรือการปฏิเสธการให้บริการทางการเงินต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างไม่เป็นธรรม
Hey @Chase… you guys know Operation Choke Point is over, right? Just checking. https://t.co/W6yVnoCbXk
— Bo Hines (@BoHines) November 24, 2025กรณีนี้ทำให้ Bo Hines ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ของ Tether และอดีตหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของทรัมป์ ออกมาตั้งคำถามต่อธนาคารโดยตรงว่า “พวกคุณรู้ใช่ไหมว่า Operation Choke Point จบไปแล้ว?” ซึ่งเป็นการสื่อถึงปฏิบัติการกดดันทางธนาคารต่อธุรกิจคริปโตที่ถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลไบเดน
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์และบุตรชาย (Eric Trump) เคยเปิดเผยว่าพวกเขาเองก็ตกเป็นเหยื่อของการถูกยกเลิกบัญชีธนาคารในช่วงท้ายของวาระแรกด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ครอบครัวทรัมป์หันมาสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี
ย้อนรอยวิวาทะ “Epstein”-หรือจะเป็นปมขัดแย้งส่วนตัว?
นอกเหนือจากประเด็นด้านนโยบาย มีการตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งในอดีตระหว่าง Mallers และ Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan โดยเมื่อปีที่ผ่านมา Mallers เคยให้สัมภาษณ์กับ Yahoo Finance วิพากษ์วิจารณ์ Dimon ไว้อย่างรุนแรงเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อ Bitcoin
“ผมจะไปแคร์ทำไมกับสิ่งที่นายธนาคารของ Jeffrey Epstein กังวลว่าเงินแบบกระจายศูนย์จะถูกใช้ในทางที่ผิด… ในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่ที่สกีรีสอร์ทในดาวอส” Mallers กล่าวในขณะนั้น ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการปิดบัญชีครั้งนี้อาจมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าแค่เรื่องกฎระเบียบ
มุมมองผู้เชี่ยวชาญ ‘การปิดกั้นรังแต่จะผลักให้สหรัฐฯ ล้าหลัง‘
Jason Allegrante ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ Fireblocks ให้ความเห็นต่อสถานการณ์นี้ว่า ความพยายามที่จะ “บีบคอ” (Choke off) อุตสาหกรรมคริปโตจะไม่ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลหายไป แต่จะผลักดันให้ธุรกิจเหล่านี้ย้ายฐานการเติบโตไปยังต่างประเทศ และทิ้งให้สหรัฐฯ ล้าหลัง พร้อมทั้งเตือนว่าการปล่อยให้อำนาจการตัดสินใจเหล่านี้อยู่ในมือกฎระเบียบที่คลุมเครือ จะบ่อนทำลายหลักนิติธรรมในระบอบประชาธิปไตย
ที่มา: decrypt