BTCC / BTCC Square / siamblockchainTH /
ธนาคารยักษ์สั่งปิดบัญชี CEO แอป Bitcoin - JPMorgan กับสงครามลับต่อต้านคริปโต

ธนาคารยักษ์สั่งปิดบัญชี CEO แอป Bitcoin - JPMorgan กับสงครามลับต่อต้านคริปโต

Published:
2025-11-24 12:38:42
12
2

ธนาคารกลัวคริปโต? JPMorgan สั่งปิดบัญชี CEO แอป Bitcoin-แม้ทรัมป์เคยสั่งห้ามเลือกปฏิบัติ

JPMorgan โยนถุงมือ! สั่งระงับบัญชี CEO แพลตฟอร์ม Bitcoin แม้กฎหมายห้ามเลือกปฏิบัติ

สงครามเงียบของสถาบันการเงินดั้งเดิม

ธนาคารระดับโลกกำลังใช้กลยุทธ์ลับเพื่อปิดกั้นผู้เล่นคริปโตรายสำคัญ - การเคลื่อนไหวที่ขัดแย้งกับนโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติโดยตรง

การตัดสินใจของ JPMorgan ส่งสัญญาณชัดเจน: สถาบันการเงินแบบดั้งเดิมยังคงมองคริปโตเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจทางการเงินของพวกเขา

แม้จะมีคำสั่งห้ามเลือกปฏิบัติจากรัฐบาล แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่กลับหาทางอ้อมเพื่อจำกัดการเข้าถึงบริการทางการเงินของผู้ประกอบการคริปโต

กลายเป็นเรื่องตลกที่สถาบันการเงินซึ่งเคยปฏิเสธ Bitcoin กลับกลายเป็นผู้กำหนดว่าใครสามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจดิจิทัลได้

การปิดบัญชีครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ - มันคือการยิงปืนนัดแรกในสงครามทางการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้น

ปิดบัญชีฟ้าผ่า-อ้าง “กิจกรรมที่น่ากังวล” แต่ไม่เผยรายละเอียด

Jack Mallers เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เขาถูกธนาคาร JPMorgan Chase ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกรรมตั้งแต่เดือนกันยายน โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเนื่องจากบิดาของเขาเป็นลูกค้าสถานะ Private Client ของธนาคารแห่งนี้มานานกว่า 30 ปี แต่เมื่อเขาพยายามสอบถามถึงสาเหตุ กลับได้รับคำตอบซ้ำๆ ว่า เราไม่ได้รับอนุญาตให้บอกคุณ

ในจดหมายแจ้งปิดบัญชีที่ Mallers ได้รับ ธนาคารระบุเพียงกว้างๆ ว่าตรวจพบกิจกรรมที่น่ากังวลจากการตรวจสอบตามปกติ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเจาะจงใดๆ โดยอ้างถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการรักษาความมั่นคงของระบบการเงิน นอกจากนี้ ยังมีการอ้างอิง กฎหมายความลับทางการเงิน (Bank Secrecy Act) และระบุว่าธนาคารอาจไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ให้กับเขาได้ในอนาคต

ท้าทายคำสั่ง “ทรัมป์” และข้อกังวล Operation Choke Point 2.0

การเคลื่อนไหวของ JPMorgan ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งบริหาร (Executive Order) ในเดือนสิงหาคม เพื่อห้ามไม่ให้มีการทำ Debanking หรือการปฏิเสธการให้บริการทางการเงินต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่างไม่เป็นธรรม

Hey @Chase… you guys know Operation Choke Point is over, right? Just checking. https://t.co/W6yVnoCbXk

— Bo Hines (@BoHines) November 24, 2025

กรณีนี้ทำให้ Bo Hines ที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ของ Tether และอดีตหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของทรัมป์ ออกมาตั้งคำถามต่อธนาคารโดยตรงว่า “พวกคุณรู้ใช่ไหมว่า Operation Choke Point จบไปแล้ว?” ซึ่งเป็นการสื่อถึงปฏิบัติการกดดันทางธนาคารต่อธุรกิจคริปโตที่ถูกกล่าวหาว่าเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลไบเดน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์และบุตรชาย (Eric Trump) เคยเปิดเผยว่าพวกเขาเองก็ตกเป็นเหยื่อของการถูกยกเลิกบัญชีธนาคารในช่วงท้ายของวาระแรกด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ครอบครัวทรัมป์หันมาสนับสนุนคริปโตเคอร์เรนซี

ย้อนรอยวิวาทะ “Epstein”-หรือจะเป็นปมขัดแย้งส่วนตัว?

นอกเหนือจากประเด็นด้านนโยบาย มีการตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งในอดีตระหว่าง Mallers และ Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan โดยเมื่อปีที่ผ่านมา Mallers เคยให้สัมภาษณ์กับ Yahoo Finance วิพากษ์วิจารณ์ Dimon ไว้อย่างรุนแรงเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อ Bitcoin

“ผมจะไปแคร์ทำไมกับสิ่งที่นายธนาคารของ Jeffrey Epstein กังวลว่าเงินแบบกระจายศูนย์จะถูกใช้ในทางที่ผิด… ในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่ที่สกีรีสอร์ทในดาวอส” Mallers กล่าวในขณะนั้น ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการปิดบัญชีครั้งนี้อาจมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่าแค่เรื่องกฎระเบียบ

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ ‘การปิดกั้นรังแต่จะผลักให้สหรัฐฯ ล้าหลัง

Jason Allegrante ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ Fireblocks ให้ความเห็นต่อสถานการณ์นี้ว่า ความพยายามที่จะ “บีบคอ” (Choke off) อุตสาหกรรมคริปโตจะไม่ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลหายไป แต่จะผลักดันให้ธุรกิจเหล่านี้ย้ายฐานการเติบโตไปยังต่างประเทศ และทิ้งให้สหรัฐฯ ล้าหลัง พร้อมทั้งเตือนว่าการปล่อยให้อำนาจการตัดสินใจเหล่านี้อยู่ในมือกฎระเบียบที่คลุมเครือ จะบ่อนทำลายหลักนิติธรรมในระบอบประชาธิปไตย

ที่มา: decrypt

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.