ท๊อป จิรายุส เปิดเผยการลงทุนครั้งสำคัญ: ซื้อ Bitcoin ตอน 400 ดอลลาร์ และเก็บ Ethereum ตั้งแต่ 4 ดอลลาร์
นักลงทุนสายฟ้าระเบิดเผยประวัติการลงทุนที่สร้างความอิจฉาในวงการคริปโต
การตัดสินใจที่เปลี่ยนเกม
การซื้อ Bitcoin ในราคาเพียง 400 ดอลลาร์และสะสม Ethereum ตั้งแต่ 4 ดอลลาร์แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมเหนือตลาด - แม้แต่เทรดเดอร์วอลสตรีทที่เก่งกาจที่สุดยังต้องยอมรับว่าการซื้อและถือแบบง่ายๆ บางครั้งก็ชนะทุกกลยุทธ์ซับซ้อนความได้เปรียบที่ไม่ธรรมดา
ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนจังหวะเวลาที่สมบูรณ์แบบ แต่ยังเน้นย้ำถึงความได้เปรียบที่นักลงทุนยุคแรกได้รับ - สิ่งที่ทำให้ธนาคารดั้งเดิมต้องกัดฟันเมื่อเห็นผลตอบแทนที่เกินความคาดหมายบทเรียนจากประวัติศาสตร์
การลงทุนที่ดูเหมือนเสี่ยงในตอนนั้น กลับกลายเป็นการตัดสินใจที่สร้างความมั่งคั่งอย่างเหลือเชื่อ - พิสูจน์ให้เห็นว่าบางครั้งการทนฟังเสียงหัวเราะเยาะจากนักวิเคราะห์การเงินก็คุ้มค่า
คุณท๊อปอธิบายว่า ผลิตภัณฑ์ PPLI ที่นำเสนอโดย Private Banking นั้น มีลักษณะคล้ายกับ ทรัสต์ (Trust) แต่ในทางปฏิบัติ มันคือ “สัญญาพิเศษ (Contract)” ที่อาศัยความเชื่อมั่นในผู้จัดการสินทรัพย์ (Trustee) ให้ดูแลทรัพย์สินในกรมธรรม์นั้น ๆ
“คนทั่วไปเวลาซื้อประกัน เขาจ่ายเงินเพื่อแลกกับผลประโยชน์ในอนาคต แต่คนรวย เขาจ่ายด้วยทรัพย์สิน (Asset) ไม่ใช่เงินสด”
โครงสร้างของประกันแบบนี้ จะถูกจัดในรูปแบบกองทุนรวม (Fund) ที่มีกองย่อยเฉพาะทาง (Sub-Fund) เช่น กองที่ดิน กองสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตฯ ซึ่งผู้ทำประกันสามารถจ่ายด้วยสินทรัพย์เหล่านี้แทนเงินสดได้ และผู้รับผลประโยชน์ก็คือตัวเขาเอง
เมื่อสินทรัพย์ภายในกองทุนเกิดผลประโยชน์หรือปันผล ก็ไม่ต้องเสียภาษี เพราะถือเป็นรายได้จากประกัน ไม่ใช่รายได้จากการลงทุนโดยตรง
อีกทั้งยังสามารถส่งต่อมรดกให้ลูกหลานได้โดยไม่ต้องเสียมรดก เพราะสินทรัพย์ทั้งหมดถูกจัดอยู่ในรูปของ “Wrappe” ที่ส่งต่อได้ทั้งโครงสร้าง
นอกจากนี้ คุณท๊อปยังเล่าว่า ยังมีประกันของคนรวย อีกแบบหนึ่งที่เน้นสร้างความมั่งคั่งระยะยาว โดยเฉพาะคนที่อายุน้อย เพราะความเสี่ยงต่ำ
ประกันนี้จะนำเงินที่จ่ายไปลงทุนในสินทรัพย์นู้นนี่ แล้วจะให้เงินเราในอีก 50 ปีประกันนี้มันเป็นเกรด A ระดับ AAA+ ที่โคตรจะปลอดภัย แบงค์รับอยู่แล้ว สามารถเอาไปค้ำประกันที่ดิน แล้วก็กู้เงินออกมาได้ 90 % ของมูลค่า
ขณะที่เงินก้อนนี้ มันโตขึ้นเรื่อยๆ 10% เราสามารถเอาไปลง s&p ไปเรื่อยๆ ส่วนที่ดิน ที่ค้ำในแบงค์ ก็เพิ่มมูลค่าไปเรื่อยๆ แล้วเราก็ดึงออกมา มากขึ้นเรื่อยๆ ปรากฎว่า วันที่เราเสียชีวิตไป เราเสียแค่ 10% ของเงินที่ฝาก
“ประกันแบบนี้มันไม่ใช่ประกันทั่วไป แต่มันคือ Financial Engineering ”
อย่างไรก็ตาม คุณท๊อปยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ทั้งหมดที่พูดมา ไม่ได้ทำเลย ลงทุนแต่ในคริปโตอย่างเดียว
ก่อนที่บทสนทนาจะเข้าสู่ช่วงเด็ดสุด เมื่อคุณ CK ถามคุณท๊อปแบบตรง ๆ ว่า
“พี่ท๊อปซื้อ Bitcoin ตั้งแต่ราคาเท่าไหร่ครับ?”
คุณท๊อปตอบคำถามที่ทำให้คนทั้งฮอลล์อึ้งไปตาม ๆ กัน ว่า
“Bitcoin โอโห… 400 ดอลลาร์ ส่วน Ethereum 4 ดอลลาร์ แต่ไม่ได้ซื้อ Solana”