สหรัฐฯ ตีวงจรสแกม! ยึด Bitcoin 4.9 แสนล้านจากแก๊ง ’Pig Butchering’ ในกัมพูชา
หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสหรัฐโจมตีวงการคริปโตสแกมอีกครั้ง ด้วยการยึด Bitcoin มูลค่าสูงถึง 4.9 แสนล้านบาทจากเครือข่ายอาชญากรรม 'Pig Butchering' ที่ operate จากกัมพูชา
การปิดล้อมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ตลาดหมีจะกัดกร่อนมูลค่าสกุลดิจิทัล แต่ความพยายามของรัฐบาลในการตามล่าอาชญากรคริปโตยังคงร้อนแรง
ด้านนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า การยึดคริปโตมูลค่าสูงขนาดนี้ อาจสร้างแรงกดดันให้ราคา Bitcoin ในตลาดระยะสั้น - เหมือนกับทุกครั้งที่รัฐบาลขายทอดตลาดสินทรัพย์ยึดได้
แต่ในระยะยาว นี่คือสัญญาณดีว่าตลาดกำลังถูกกวาดล้างให้สะอาดขึ้น... หรืออย่างน้อยก็จนกว่าสแกมเมอร์รายต่อไปจะคิดวิธีใหม่ๆ หลบเลี่ยงการตรวจจับ
ที่มา: เอกสารเผยว่า มีศูนย์ปฏิบัติการ 2 แห่งที่ใช้โทรศัพท์กว่า 1,250 เครื่อง ควบคุมบัญชีโซเชียลมีเดียมากถึง 76,000 บัญชี
เงินที่ได้จากเหยื่อถูกนำไปฟอกผ่านธุรกิจหลายแขนง ทั้ง คาสิโน การขุดเหมือง และอสังหาริมทรัพย์หรู รวมถึงซื้อของฟุ่มเฟือยอย่าง เรือยอชต์ เครื่องบินเจ็ต นาฬิกาหรู และแม้แต่ภาพวาดของ ปิกัสโซ ที่ซื้อมาจากนิวยอร์ก นอกจากนี้ยังมีคฤหาสน์ในลอนดอนมูลค่า 16 ล้านดอลลาร์ และตึกสำนักงานในย่านการเงินของลอนดอนมูลค่ากว่า 126 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้ถูกอายัดโดยรัฐบาลอังกฤษ
DOJ ยืนยันว่าบิทคอยน์จำนวน 127,271 BTC ได้ถูกยึดเข้าสู่การดูแลของรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว ซึ่งทั้งหมดเก็บอยู่ในกระเป๋าเงินดิจิทัลแบบไม่ผ่านแพลตฟอร์มกลางที่เฉินเป็นคนควบคุมเอง
🇺🇸 NEW: Senator Lummis suggests the 127k BTC (~$15B) seized by the USA can be used to "strengthen America’s Strategic Bitcoin Reserve." pic.twitter.com/mVj65ZSRWc
— CoinDesk (@CoinDesk) October 14, 2025ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชากลุ่ม Prince Holding Group ว่าเป็น “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” พร้อมประกาศคว่ำบาตรเฉินและพวกพ้อง ส่วนทาง รัฐบาลสหราชอาณาจักร ก็เตรียมดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเช่นกัน
ในเอกสารของศาลยังเปิดเผยว่า เฉินมีรายได้จากการหลอกลวงมากถึง 30 ล้านดอลลาร์ต่อวัน และมีหลักฐานการทรมานแรงงานเพื่อบังคับให้ทำงานต่อเนื่อง ขณะที่เหยื่อจำนวนมากยืนยันว่าเคยถูกหลอกผ่านข้อความในแอปหรือโซเชียลมีเดีย ก่อนจะสูญเงินเก็บทั้งหมดไป
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวปิดท้ายว่า คดีนี้เป็น “จุดเปลี่ยนของการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก” ที่ใช้เทคโนโลยีและธุรกิจบังหน้าในการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้บริสุทธิ์ โดยจะเดินหน้าติดตามและยึดทรัพย์เพิ่มเติมจากเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั่วโลกต่อไป
ที่มา:cnbc