สถาบันการเงิน 60% เตรียมทุ่มเงินลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่ม - สัญญาณบ่งชี้ตลาดคริปโตกำลังพุ่งแรง!
ตลาดคริปโตเตรียมรับคลื่นเงินสถาบันถาโถม
สถิติชี้ชัด: กว่า 60% ของสถาบันการเงินประกาศพร้อมเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
ความเชื่อมั่นที่กลับคืนสู่ตลาด
ตัวเลขนี้สะท้อนความมั่นใจที่ฟื้นคืนสู่แวดวงการเงินดั้งเดิม หลังจากผ่านช่วงปรับตัวที่ยาวนาน
สถาบันขนาดใหญ่เริ่มมองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซี
โอกาสทองสำหรับนักลงทุน
คลื่นเงินจากสถาบันที่กำลังจะหลั่งไหลเข้ามา อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาสินทรัพย์ดิจิทัลให้ทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่
วิเคราะห์กันว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ bull run รอบใหม่ที่หลายคนรอคอย
แต่อย่าเพิ่งไว้วางใจนักวิเคราะห์บนวอลล์สตรีทมากไป - พวกเขามักตามตลาดไม่ทันอยู่เสมอ
เปิดโปงขบวนการฟอกเงินผ่านคริปโต
การสืบสวนขยายผลเริ่มขึ้น หลังจากคดีผู้เสียหายรายหนึ่งถูกหลอกให้ทำกิจกรรมหารายได้พิเศษ จนหมดเงินไปประมาณ 3 ล้านกว่าบาท เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบจนพบขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีการว่าจ้างให้คนไทยดำเนินการ ถอนเงินสด เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม โดยเงินสดเหล่านั้นจะถูกนำส่งไปหานายหน้า เพื่อฟอกเงินผ่านบริษัท Cryptocurrency
ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ระบุว่า มิจฉาชีพได้เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้บัญชีม้าปกติไปสู่การถอนเงินสดออกจากตู้ ATM ทั่วประเทศ โดยหลายทีม แล้วนำเงินสดเข้าสู่ระบบดิจิทัล ( คริปโต) ทันที รูปแบบนี้ทำให้การติดตามของเจ้าหน้าที่ยากขึ้น แต่ก็ไม่พ้นการติดตามของตำรวจไซเบอร์
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริษัทนี้มีมูลค่าการดำเนินงาน ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน และพบว่า มีคดีหลอกลวงที่เชื่อมโยงกับการแลกเหรียญในบริษัทนี้หลายเคส โดยพบเห็นแล้วประมาณ 3-4 เคสขึ้นไป
บริษัทเถื่อนไร้ใบอนุญาต ก.ล.ต.
จากการซักถาม บริษัทที่ใช้สำหรับการฟอกเงินนี้ ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทในประเทศไทย อย่างถูกต้องกับกรมพัฒนาธุรกิจ (DBD) แต่ไม่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บริษัทดังกล่าว มีหน้าที่ในการแลกเหรียญคริปโต และเชื่อว่า ผู้บริหารน่าจะรับรู้ถึงที่มาของเงิน
สำหรับวิธีการแลกเหรียญนั้น
เมื่อแพลตฟอร์มซื้อขายเหรียญใหญ่ ๆ ได้ยุติการแลกเปลี่ยนแบบ P2P (Peer-to-Peer) บริษัทนี้จึงเปลี่ยนไปใช้วิธีติดต่อกันโดยตรง ผ่านช่องทาง Line หรือแพลตฟอร์มต่างประเทศ โดยจะรวบรวมกลุ่มลูกค้าไว้ในกลุ่ม Line เพื่อให้มีการโอนเงินผ่านกันโดยตรง
ซึ่งกรรมการบริษัทดังกล่าว ถูกจับกุมตัว โดยให้การว่า เขาเริ่มต้นทำบริษัทกับพี่ชาย 2 คน ก่อนที่พี่ชายจะเอาชื่อออกไป ทำให้เขาเป็นกรรมการคนเดียว
การขยายผลและความร่วมมือจากธนาคาร
ในส่วนของการขยายผล ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบย้อนหลังว่า บริษัทคริปโตแห่งนี้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตั้งแต่เมื่อใด และมีคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายรายอื่นอีกหรือไม่ หากสามารถดำเนินการได้ จะมีการแจ้งข้อหาในเรื่องของการฟอกเงิน และติดตามทรัพย์สิน กลับคืนสู่ประชาชนต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยชุดสืบสวนทุจริตด้านดิจิทัล ฝ่ายป้องกันการเงิน ได้ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลที่สำคัญให้แก่ตำรวจไซเบอร์
เรียกได้ว่าเป็นการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างธนาคารและตำรวจไซเบอร์ในการปราบปรามมิจฉาชีพ
ขณะนี้ การสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามเส้นทางการเงินคริปโตยังคงดำเนินต่อไป และเจ้าหน้าที่ทราบตัวหัวหน้าแก๊งที่ควบคุมการปฏิบัติการนี้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อออกหมายจับต่อไป
ที่มา : ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท.