BTCC / BTCC Square / prachachatTH /
กยศ. รับงบฯ เพิ่ม 3,000 ล้านบาท แต่ยังไม่พอ! ต้องแปรญัตติใหม่ในปี 2569

กยศ. รับงบฯ เพิ่ม 3,000 ล้านบาท แต่ยังไม่พอ! ต้องแปรญัตติใหม่ในปี 2569

Published:
2025-07-13 04:06:12
13
2

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ด้วยจำนวนผู้กู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กยศ. ต้องเตรียมแปรญัตติใหม่ในปี 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเงิน

เหมือนงบประมาณการศึกษาเลย... แบ่งกันไปแบบน้ำหยดลงทะเล

วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ

ทั้งนี้ งบฯดังกล่าวมาจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กรอบวงเงิน 115,375 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พ.ค. มีมติเห็นชอบ

“การจัดสรรงบฯดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการลงทุนในทุนมนุษย์ โดยรัฐบาลมุ่งหวังให้การศึกษากลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทย ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานที่มีคุณภาพและยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายของผู้เกี่ยวข้องในภาคการศึกษา เช่น สถาบันการศึกษา ร้านค้า และบริการในชุมชน เป็นต้น”

นายวินิจกล่าวว่า ในปีการศึกษา 2568 นี้ กยศ.ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้เรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศ โดยไม่มีการตัดสิทธิของผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามระเบียบและกฎหมายเดิม แต่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดกรอง “ความยากลำบาก” ด้วยการเชื่อมโยงฐานข้อมูลดิจิทัล เช่น รายได้ครัวเรือน สถานะผู้ปกครอง และข้อมูลภาครัฐอื่น ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กยศ.ยังอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนด “สาขาที่ให้การสนับสนุนพิเศษ” โดยเน้นกลุ่มที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ เช่น ดิจิทัล เทคโนโลยีสีเขียว สุขภาพ และทักษะช่างฝีมือ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพและชำระหนี้ได้จริงหลังเรียนจบ ซึ่งเป็นการลดภาระหนี้เสีย และช่วยให้กองทุนสามารถหมุนเวียนเงินไปสู่รุ่นถัดไปได้อย่างยั่งยืน

ส่วนผู้ที่ชำระหนี้เกินจากยอดใหม่ สามารถยื่นขอเงินคืนได้ผ่านเว็บไซต์ของกองทุน ซึ่งในปีนี้ กยศ.ได้รับงบประมาณ เพื่อรองรับการคืนเงินราว 800 ล้านบาท จากยอดสะสมที่ต้องคืนประมาณ 3,000 ล้านบาท และได้เริ่มทยอยคืนแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี

ในด้านการติดตามหนี้ กยศ.ยังคงใช้แนวทาง “ส่งเสริมวินัย” มากกว่า “ลงโทษ” โดยเปิดทางให้ผู้กู้สามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ผ่านระบบออนไลน์ ยืดระยะเวลาการชำระสูงสุดจนถึงอายุ 65 ปี เพื่อลดภาระรายเดือน โดยไม่คิดค่าปรับหรือดอกเบี้ยเพิ่มจากยอดกู้เดิม ซึ่งช่วยให้ลูกหนี้สามารถรักษาสถานะเครดิต และไม่ถูกฟ้องร้องหรือติดแบล็กลิสต์

นายวินิจกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กยศ.ยังเน้นย้ำความสำคัญของระบบ “หักเงินเดือน” ซึ่งปัจจุบันมีผู้กู้ในระบบมากกว่า 1.2 ล้านราย ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งต้องขอบคุณนายจ้างทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ในการหักชำระหนี้จากเงินเดือนของพนักงาน

ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้จัดการ กยศ. กล่าวว่า กยศ.ได้รับจัดสรรงบฯ จำนวน 3,100 ล้านบาท จากวงเงินที่เสนอขอไปกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการปล่อยกู้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ในปีการศึกษา 2568

“ตอนนี้กำลังดำเนินการขอแปรญัตติงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับปี 2569 เพื่อให้สามารถปล่อยกู้ได้ครบตามเป้าหมาย”

ผู้จัดการ กยศ. กล่าวชี้แจงกรณีที่มีข้อร้องเรียนในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ยอดหนี้ของผู้กู้เพิ่มขึ้น ทั้งที่มีการชำระหนี้ต่อเนื่องนั้น เป็นผลจากการคำนวณหนี้ใหม่ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กยศ. ฉบับที่ 2 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. 2566 โดยเปลี่ยนลำดับการชำระหนี้ใหม่ จากเดิมตัด “เบี้ยปรับ > ดอกเบี้ย > เงินต้น” มาเป็น “เงินต้น > ดอกเบี้ย > เบี้ยปรับ” พร้อมลดอัตราเบี้ยปรับจาก 7.5% เหลือ 0.5% ต่อปี

ทั้งนี้ ภายในเดือน ก.ค.นี้ แอปพลิเคชั่นของ กยศ. จะสามารถแสดงยอดหนี้ที่อัพเดตตามระบบใหม่ได้แบบ “เรียลไทม์” โดยผู้กู้สามารถตรวจสอบยอดหนี้ ณ วันที่เข้าดูได้ทันที

“ช่วงที่ผ่านมา เรานำเงินที่ผู้กู้ชำระมาตัดเฉพาะเงินต้น ทำให้ยอดเงินต้นดูเหมือนลดเร็วมาก พอระบบใหม่เริ่มตัดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับตามลำดับตามกฎหมาย ผู้กู้จึงรู้สึกว่ายอดเงินต้นไม่ลดเร็วเหมือนเดิม ทั้งที่ยอดหนี้รวมยังเท่าเดิม ซึ่งตอนนี้ในระบบยังแสดงยอดถึงแค่วันที่ 31 พ.ค. แต่ภายในเดือน ก.ค. ทุกอย่างจะอัพเดตทั้งหมด”

อ่านข่าวต้นฉบับ: กยศ.ได้งบฯเพิ่ม 3 พันล้าน ไม่พอ-ต้องแปรญัตติปี’69

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน