เงินบาทสั่นสะเทือน! 4 ปัจจัยร้อนสัปดาห์หน้า-ทองคำโลกพุ่งแรง
ตลาดเงินสั่นคลอน! เงินบาทผันผวนหนัก สัปดาห์หน้าจับตา 4 ปัจจัยเด็ดที่อาจเขย่าตลาด
ทองคำโลกทะยาน-นักลงทุนแห่เทรดการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอน
นักวิเคราะห์ชี้ 'เงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย-ภูมิรัฐศาสตร์-ทองคำ' คือตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา
สัญญาณเตือนจากตลาด: การเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจส่งผลกระทบเป็นโดมิโนต่อเศรษฐกิจเอเชีย
ปิดท้ายด้วยความจริงอันโหดร้าย: ตลาดการเงินไม่เคยเล่นแฟร์กับนักลงทุนรายย่อย...
สำหรับสัปดาห์หน้าหรือระหว่างวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนพ.ค. ของไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการ ข้อมูลจ้างงานภาคเอกชน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน/อัตราการหมุนเวียนของแรงงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนมิ.ย. ของจีน อังกฤษ และยูโรโซน ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน ตลอดจนพัฒนาการของประเด็นการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ และคู่ค้า รวมถึงสถานการณ์ระหว่างอิสราเอลและอิหร่านด้วยเช่นกัน
ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวน โดยกลับมาร่วงลงแรงช่วงท้ายสัปดาห์ โดยดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงในช่วงแรก โดยร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี 3 เดือนที่ 1,053.79 จุด ท่ามกลางความกังวลต่อเนื่องเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน หลังมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย และอิหร่านขู่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมาตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าอิสราเอลและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงซึ่งช่วยคลายความกังวลบางส่วนต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมช่วงกลางสัปดาห์จากการปรับประมาณการจีดีพีไทยปีนี้ของกนง. ไปที่ 2.3% จากคาดการณ์เดิมที่ 2.0%
ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงในเวลาต่อมา และร่วงลงแรงในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายทำกำไรหุ้นทุกกลุ่ม ทั้งนี้หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวลงค่อนข้างแรงในสัปดาห์นี้ตามแรงขายหุ้นบริษัทผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตรายใหญ่แห่งหนึ่งจากประเด็นเฉพาะตัว
ในวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,082.42 จุด เพิ่มขึ้น 1.39% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 45,745.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.84% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.67% มาปิดที่ระดับ 227.66 จุด
ส่วนสัปดาห์ถัดไป (30 มิ.ย.-4 ก.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,075 และ 1,055 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,095 และ 1,115 จุด ตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟด ประเด็นเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างไทยและสหรัฐฯ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง การเมืองในประเทศรวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและการบริการ ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนมิ.ย. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนมิ.ย. ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. (เบื้องต้น) และดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค. ของยูโรโซน
อ่านข่าวต้นฉบับ: เงินบาทผันผวน จับตาสัปดาห์หน้า 4 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำโลก