BTCC / BTCC Square / prachachatTH /
แบงก์จับตา ‘ไทยVSกัมพูชา’ เปิดสาขาปกติ-พร้อมแผนฉุกเฉินรับทุกสถานการณ์

แบงก์จับตา ‘ไทยVSกัมพูชา’ เปิดสาขาปกติ-พร้อมแผนฉุกเฉินรับทุกสถานการณ์

Published:
2025-06-28 07:23:08
15
1

ธนาคารใหญ่เตรียมความพร้อมสูงสุด เปิดสาขาปกติในไทยและกัมพูชา พร้อมแผนสำรองฉุกเฉิน

แม้สถานการณ์จะยังไม่น่ากังวล แต่สถาบันการเงินเลือกเดินหน้าลุย - เพราะความเสี่ยงคือโอกาสสำหรับวงการธนาคารเสมอ

ระบบการเงินข้ามพรมแดนถูกทดสอบอีกครั้ง ในเกมที่ธนาคารชนะไม่ว่าเกมจะจบอย่างไร

ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์

อย่างไรก็ดี ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างระมัดระวัง และได้เตรียมแผนสำรองไว้ หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น โดยผู้จัดการสาขาได้เตรียมความพร้อมของพนักงานและการดำเนินธุรกิจให้มีความต่อเนื่อง ซึ่งจะคล้ายกับในช่วงที่มีการเกิดการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ แผนดังกล่าวสามารถนำมาใช้ได้ทันที

“ตอนนี้สาขายังคงเปิดปกติ แต่ก็ต้องระมัดระวัง ซึ่งในเชิงธุรกิจตอนนี้จากการประเมินยังไม่มีผลกระทบโดยตรง โดยสาขากัมพูชาเป็นสาขาค่อนข้างเล็ก มีลูกค้าใหม่ต่อเนื่อง ที่ผ่านมายังไม่ได้มีอะไรเป็นที่น่ากังวล และยังไม่มีสัญญาณความผิดปกติ ส่วนสถานการณ์จะลากยาวหรือไม่ ยังประเมินลำบาก ต้องติดตามใกล้ชิด”

ภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ

นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันสาขากสิกรไทยในประเทศกัมพูชา ยังเปิดให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ดี ธนาคารได้จัดเตรียมแผนสำรองในทุกด้าน ทั้งในส่วนของบุคลากร ระบบปฏิบัติการ รวมถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

“แม้ภาพรวมสถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอาจมีความตึงเครียดและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ธนาคารยืนยันว่า ณ ตอนนี้ ยังไม่มีผลกระทบกับการทำธุรกรรมทางการเงินใด ๆ และอยากให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ธนาคารพร้อมสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่ในทุกสถานการณ์”

ประพล พรประภาประพล พรประภา

นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทยังคงเปิดให้บริการสาขาในประเทศกัมพูชาทั้ง 12 แห่งตามปกติ ยังไม่มีผลกระทบ แต่บริษัทได้มีความระมัดระวังและมีแผนรองรับในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้

ทั้งนี้ ธุรกิจเช่าซื้อจักรยานยนต์ในกัมพูชายังเป็นตลาดที่มีการเติบโตได้ดีและขยายตัวสูงกว่าในประเทศไทย โดยความต้องการซื้อรถจักรยานยนต์ยังมีอยู่ ซึ่งในปี 2568 คาดว่าธุรกิจในกัมพูชาจะเติบโตราว 20% จากพอร์ตสินเชื่อ ณ ปี 2567 อยู่ที่ 837 ล้านบาท

“รายงานจากสาขาในกัมพูชายังคงเปิดปกติ ซึ่งเราคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่เรายังมองว่าตลาดกัมพูชายังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และยังเติบโตได้ ภายหลังจากพอร์ตสินเชื่อในประเทศชะลอลง เพราะเราชะลอปล่อยกู้เพื่อรอดูเกณฑ์กำกับดูแลตามพ.ร.ฎ.ฉบับใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะมีผลบังคับใช้”

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการรวบรวม ประเมินผลเบื้องต้น และมีมุมมองต่อประเด็นที่ภาคการเงินของไทยมีความเชื่อมโยงกับกัมพูชาใน 3 มิติ ดังนี้ 1.มิติการโอนเงินและชำระเงิน โดยหากเป็นธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จะยังสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง แต่ยังมีประเด็นข้อกังวลด้านอื่นของภาคธุรกิจที่จะต้องติดตามใกล้ชิดหลังจากนี้

2.มิติการลงทุนในสินทรัพย์กัมพูชาของผู้ลงทุนไทย ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดพบว่ายังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับการลงทุนในต่างประเทศทั้งหมด และ 3.มิติภาคการธนาคาร โดยพบว่าขนาดสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินรับฝากจากการดำเนินงานในกัมพูชา ยังมีสัดส่วนไม่สูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยอดคงค้างทั้งระบบธนาคารพาณิชย์ในไทย

ในเบื้องต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า พัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยข้อกังวลส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นในเรื่องธุรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจบริเวณแนวชายแดน อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อภาคธนาคารของไทยจะอยู่ในขอบเขตที่สามารถบริหารจัดการได้ เนื่องจาก 2 ประเด็นหลัก

คือ 1.ในการออกไปให้บริการทางการเงินในต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์จะใช้กลยุทธ์การดำเนินงานที่ระมัดระวังอยู่แล้ว โดยคำนึงถึงความพร้อมของทรัพยากรด้านการเงินและกำหนดขอบเขตการให้บริการทางการเงินเฉพาะในด้านที่มีความถนัด และ 2.ธนาคารพาณิชย์มีการติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงบริหารจัดการความเสี่ยงในธุรกิจต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

อ่านข่าวต้นฉบับ: แบงก์เกาะติด ‘ไทยVSกัมพูชา’ เปิดสาขาปกติ-เตรียมแผนรองรับฉุกเฉิน

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน