3 ยักษ์ใหญ่คว้าใบอนุญาต Virtual Bank: จุดพลิกเกมการแข่งขันอยู่ที่ไหน?

ตลาดการเงินกำลังสั่นสะเทือน—3 ผู้เล่นรายใหญ่เพิ่งคว้าใบอนุญาตธนาคารเสมือนจริงได้สำเร็จ
ใครได้เปรียบ? ใครจะโดนท้าทาย? นี่คือสงครามที่กำหนดอนาคตวงการ FinTech
Virtual Banking กำลังทำลายกำแพงสถาบันการเงินแบบเดิมๆ—แต่จะเปลี่ยนเกมได้จริงหรือแค่ hype ชั่วคราว?
ผู้บริโภคได้อะไร? ค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า บริการที่เร็วขึ้น และทางเลือกที่มากขึ้น (หรือแค่ถูกหลอกด้วย marketing แบบเดิมในรูปแบบดิจิทัล)
จับตากลยุทธ์ต่อไปของ 3 ยักษ์—การควบรวมกิจการหรือการสร้างพันธมิตรอาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
ปิดท้ายด้วยความจริงอันโหดร้าย: ไม่ว่ายนาคารจะ 'เสมือน' แค่ไหน กฎเกณฑ์กำกับดูแลก็ยังจริงจังเหมือนเดิม—FSA กำลังจับตาทุกการเคลื่อนไหว
เปิดบริการภายใน มิ.ย. 2569
หลังจากนี้ ผู้ได้รับความเห็นชอบต้องจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งต้องผ่านการประเมินความพร้อมของ ธปท. ก่อนยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และจะต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับความเห็นชอบจาก รมว.คลัง (1 ปีนับจากวันที่ 19 มิ.ย. 2568) โดย ธปท.อาจพิจารณาผ่อนผันได้อีกไม่เกิน 1 ปี
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า รายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้ง Virtual Bank ทั้ง 3 รายสามารถให้บริการทางการเงินตามที่ ธปท. อยากเห็น (Green Line) ที่แตกต่างกัน แต่สามารถช่วยตอบโจทย์และเติมเต็มบริการทางการเงินให้กับ Ecosystem รวมทั้งสามารถช่วยส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ในระบบการเงินไทยได้
เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการให้บริการทางการเงินสำหรับกลุ่ม SMEs และรายย่อย และมีศักยภาพในการพัฒนาโมเดลวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าของพันธมิตรในเครือและลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงสินเชื่อแบบที่มีและไม่มีหลักประกัน และ Digital Lending
ยักษ์จับมือชิงฐานลูกค้า
โดยการจับมือพันธมิตรผู้เล่นธุรกิจในประเทศที่มีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมาก ทำให้มีแต้มต่อเรื่องฐานข้อมูลลูกค้าหากสามารถเชื่อมโยง Alternative Data และข้อมูลธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้ามาอยู่ใน Ecosystem เดียวกัน เพื่อพัฒนาโมเดลและบริการทางการเงินที่ตรงโจทย์ รวมถึงการจับมือกับ Virtual Bank ในต่างประเทศที่เป็นผู้นำและมีประสบการณ์มาแล้ว
หากเปรียบเทียบแนวทางการดำเนินธุรกิจและการให้บริการทางการเงินที่ผู้กำกับดูแลต้องการเห็น (Green Line Business) ของไทยกับต่างประเทศพบว่า มีความคล้ายในเรื่องการส่งเสริมเข้าถึงบริการทางการเงิน ของกลุ่มที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินที่เพียงพอและเหมาะสม (Underserved) หรือกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unserved) โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย และธุรกิจ SMEs รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์การเงินรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์
บทเรียน “เกาหลีใต้-สิงคโปร์”
จากกรณีศึกษาในต่างประเทศมีสังเกตว่า ช่วงที่ Virtual Bank เริ่มประกอบธุรกิจและยังอยู่ภายใต้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของธนาคารกลาง การแข่งขันจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรมและความหลากหลายให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
การผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเชี่ยวชาญเฉพาะทางการเงินและวิเคราะห์ข้อมูล โดยหลังได้รับใบอนุญาตในปี 2560 Virtual Bank ในเกาหลีใต้กระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมการให้บริการทางการเงินที่สร้างความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ เช่น บริการครบวงจรผ่าน Mobile Application การเปิดบัญชีเงินฝากหรือขอสินเชื่อโดยไม่ต้องใช้เอกสาร เป็นต้น
และ Kakao Bank มีการเชื่อมโยงบริการทางการเงินกับแอป Kakao Talks ทำให้สามารถเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการการเงินส่วนบุคคล รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากที่หลากหลาย เช่น บัญชีออมเงินที่ให้ดอกเบี้ยรายวัน, เงินฝากที่ตอบโจทย์การรวมกลุ่มใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ (ถ้าใช้จ่ายตามที่กำหนดจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มมากขึ้น)
และสินเชื่อที่ตอบโจทย์ลูกค้ารายบุคคล ทั้งวงเงินสินเชื่อขั้นต่ำ รูปแบบการชำระคืนสินเชื่อที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ขอสินเชื่อ เป็นต้น
กรณีของสิงคโปร์ ก็มีการนำข้อมูลทางเลือกผนวกเข้ากับข้อมูลด้านรายได้และการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่นของ Grab และ Singtel มาวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านเครดิต ทำให้สามารถเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อไม่มีหลักประกันให้กลุ่ม Underserved
หนุนดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ในช่วง 3 ปีแรก Virtual Bank ไทยจะเห็นภาพการเร่งสร้างฐานลูกค้าด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากเป็นหลัก โดยเฉพาะนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ตอบโจทย์เฉพาะรายบุคคล และให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไปเล็กน้อย
และตามด้วยผลิตภัณฑ์สินเชื่อและการลงทุนที่เสริมสร้างความสามารถในการหารายได้ให้ธนาคาร และหลังจาก Virtual Bank ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเต็มรูปแบบ จะเห็นการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
จากกรณีของเกาหลีใต้ ที่เริ่มแรกในปี 2560 มีผู้ได้รับใบอนุญาต 2 รายพบว่า ยอดคงค้างเงินฝาก Virtual Bank สิ้นปี 2563 คิดเป็น 2.1% ของยอดคงค้างเงินฝากในระบบการเงินของเกาหลีใต้ ขณะที่ปี 2564 ได้เพิ่มใบอนุญาต Virtual Bank อีก 1 ราย ส่งผลการแข่งขันระดมเงินฝากเข้มมากขึ้น พบว่าเงินฝากของ Virtual Bank ทั้ง 3 แห่งเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า คิดเป็น 6.6% ของยอดคงค้างเงินฝากรวม ด้านสินเชื่อก็สะท้อนภาพที่คล้ายกัน แต่ความเข้มข้นอาจน้อยกว่า เพราะช่วงแรก Virtual Bank ยังมีความระมัดระวังในการประเมินความเสี่ยงของผู้กู้
และพบว่าช่วงแรกของการให้บริการ Virtual Bank ในเกาหลีใต้ ผลิตภัณฑ์ เงินฝากโดยมากจะให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ประมาณ 0.3% แต่ Virtual Bank ทั้งในเกาหลีใต้และสิงคโปร์ มีการลดค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินบางส่วน เช่น ไม่มีค่าธรรมเนียมการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด ค่าธรรมเนียมเงินฝากต่ำกว่าขั้นต่ำ เป็นต้น และส่งผลให้เกิดการแข่งขันในการลดค่าธรรมเนียมในภาคการเงิน
เพิ่มดีกรีแข่งขัน-ลดต้นทุน
บทเรียนของ Virtual Bank ในต่างประเทศซึ่งเกิดผลดีต่อผู้ใช้บริการที่มีตัวเลือกหลากหลาย มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ที่ตรงตามความต้องการ มีค่าธรรมเนียมที่ลดลงหรือดอกเบี้ยที่ดีขึ้นกว่าเดิม ขณะที่การเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินอื่น ๆ ทำได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Virtual Bank ในต่างประเทศสามารถเติบโตและส่งเสริมการแข่งขันในภาคการเงินในเชิงบวก
ขณะที่ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่น ๆ ในไทยได้มีการนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้พัฒนาการให้บริการทางการเงิน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ แล้วบางส่วน ทำให้ระยะหลัง ๆ มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ที่ใกล้เคียงกับ Virtual Bank ในต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี การมาของ Virtual Bank ซึ่งเป็นการร่วมมือของผู้เล่นในภาคการเงินในประเทศกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลายอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ จะช่วยกระตุ้นให้ภาคการเงินมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ให้ก้าวไปอีกขั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งระบบการเงินในประเทศ
Open Data จุดเปลี่ยน
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในภาคการเงิน ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินประเภทอื่น ๆ รวมถึง Virtual Bank ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ Open Data ที่เป็นกลไกที่จะเอื้อให้ประชาชนสามารถรับส่งข้อมูลของตนไปยังผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่ง ธปท.และหน่วยงานทางการอยู่ระหว่างผลักดันให้เกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญอยู่ที่ 1. ความสามารถและศักยภาพของผู้ให้บริการทางการเงินแต่ละรายที่จะนำข้อมูลไปช่วยลดต้นทุนตลอดจนพัฒนาการให้บริการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้ใช้บริการแต่ละรายได้ดีขึ้น
และ 2.การรับมือของผู้เล่นกับความท้าทายของโจทย์เชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือนสูง รายได้ครัวเรือน และภาคธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปล่อยสินเชื่อของรายย่อยและ SMEs
อ่านข่าวต้นฉบับ: 3 ยักษ์คว้าไลเซนส์ Virtual Bank จุดเปลี่ยนเกมแข่งขันอยู่ตรงไหน