BTCC / BTCC Square / prachachatTH /
บาทปะทะตลาด: 7 เดือนครึ่งแห่งความผันผวน สัปดาห์หน้าจุดแตกหักจาก 3 ปัจจัยร้อน-ทองคำโลก

บาทปะทะตลาด: 7 เดือนครึ่งแห่งความผันผวน สัปดาห์หน้าจุดแตกหักจาก 3 ปัจจัยร้อน-ทองคำโลก

Published:
2025-05-24 13:42:37
14
3

บาทไทยพุ่งแรงสุดในรอบ 7 เดือนครึ่ง เตรียมตัวให้พร้อม—สัปดาห์หน้าจะเป็นเกมเปลี่ยนเกมด้วย 3 ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา

ทองคำโลกยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเขย่าตลาด—เพราะเมื่อทองสั่น บาทก็สั่นตาม

นักวิเคราะห์บางคนมองว่านี่อาจเป็นแค่ ’การพักเหนื่อย’ ของตลาด—แต่ถ้าคุณเชื่อแบบนั้น คุณอาจกำลังถือกระเป๋าเงินที่บางลงโดยไม่รู้ตัว

กราฟค่าเงินบาท

เงินบาทมีทิศทางแข็งค่าเกือบตลอดสัปดาห์ โดยแข็งค่าผ่านแนว 33.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 เดือนครึ่งที่ 32.54 บาทต่อดอลลาร์ฯ สอดคล้องกับสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มของฐานะการคลังและปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ หลังมีความพยายามเดินหน้าร่างกฎหมายปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลของสหรัฐฯ ซึ่ง ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์พยายามผลักดันให้ผ่านสภาคองเกรส

ในวันศุกร์ที่ 23 พ.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.24 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (16 พ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 19-23 พ.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 4,239 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 16,491 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 16,994 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 503 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป หรือระหว่างวันที่ 26-30 พ.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.10-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนเม.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติและทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย และตัวเลขเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนเม.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 (Prelim.) บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 6-7 พ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ประเด็นเกี่ยวกับสงครามการค้า รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ อาทิ อัตราเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของญี่ปุ่น และข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ของจีน

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยยังปิดลบต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง แม้สถานะนักลงทุนต่างชาติจะอยู่ในฝั่งซื้อสุทธิ

กราฟตลาดหุ้นไทย

ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงต้นสัปดาห์จากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย (แม้สศช. จะรายงานว่าตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 ของไทยขยายตัวได้ 3.1% YoY แต่ก็ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์จีดีพีของทั้งปี 2568 ลงมาที่ 1.8%) ก่อนจะขยับขึ้นช่วงสั้น ๆ ในเวลาต่อมาตามแรงซื้อหุ้นในกลุ่มแบงก์

ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงอีกครั้งตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องจากตลาดยังคงมีความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งมีประเด็นกดดันเพิ่มเติมจากการเลื่อนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลวอลเล็ต ประกอบกับมีแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ นอกจากนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวลงในภาพรวมตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากความกังวลว่าร่างกฎหมายภาษีฉบับใหม่ของสหรัฐฯ จะทำให้หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นก็มีส่วนกดดันบรรยากาศตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค

ในวันศุกร์ที่ 23 พ.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,176.36 จุด ลดลง 1.62% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,766.85 ล้านบาท ลดลง 7.61% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 1.13% มาปิดที่ระดับ 245.27 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (26-30 พ.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,165 และ 1,140 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,185 และ 1,200 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟด ความคืบหน้าเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือนเม.ย. บันทึกประชุมเฟด ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2568 (ครั้งที่ 2) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ กำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย.ของจีน ตลอดจนยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนเม.ย. ของญี่ปุ่น

แนวโน้มราคาทองคำโลก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ (เย็น) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ว่า ราคาทองโลกอาจถูกกดดันจากความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะรักษาการติดต่ออย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังเปราะบาง ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เริ่มตรวจสอบความร่วมมือระหว่าง Google กับ Character.AI ว่าอาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงการควบรวมเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้านการผูกขาดหรือไม่

ด้านญี่ปุ่นเร่งเดินหน้าเจรจาการค้ารอบที่ 3 กับสหรัฐฯ ณ กรุงวอชิงตัน โดยเน้นประเด็นการทบทวนภาษีนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นซึ่งอาจกระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G7 ที่แคนาดา ท่ามกลางกระแสวิตกเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ส่งสัญญาณพร้อมใช้มาตรการภาษีฝ่ายเดียว ซึ่งอาจสั่นคลอนเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกและความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตรตะวันตกในระยะยาว

ฮั่วเซ่งเฮง วิเคราะห์ราคาทองคำตลาดโลก

อ่านข่าวต้นฉบับ: บาทแข็งโป๊กรอบ 7 เดือนครึ่ง จับตาสัปดาห์หน้า 3 ปัจจัยสำคัญ-ทองคำโลก

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน