BTCC / BTCC Square / mgronlineTH /
เกาหลีใต้ประกาศกฎหมายเข้มงวด! ปิดช่องโหว่ "เลเวอเรจคริปโต" ควบคุมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนวิกฤตซ้ำรอย

เกาหลีใต้ประกาศกฎหมายเข้มงวด! ปิดช่องโหว่ "เลเวอเรจคริปโต" ควบคุมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนวิกฤตซ้ำรอย

Published:
2025-07-31 22:24:23
8
3

ทางการเกาหลีใต้ไม่รอช้า—ออกกฎเหล็กควบคุมตลาดกู้ยืมคริปโตแบบเลเวอเรจก่อนจะเกิดฟองสบู่แตกอีกครั้ง

หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน (FSA) ระดมยิงกฎหมายใหม่เพื่อสกัดการเก็งกำไรเกินขอบเขตในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรการนี้มาพร้อมกับคำเตือน—นักลงทุนที่ชอบเล่นกับไฟอาจเจ็บหนักเมื่อตลาดปรับตัว

เพราะอะไร? ประวัติศาสตร์สอนเราว่าเลเวอเรจสูงๆ นำมาซึ่งความปั่นป่วน—และคราวนี้เกาหลีใต้ตัดสินใจไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

แต่ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนก—ตลาดคริปโตยังคงเป็นสนามเล่นของคนกล้า...แค่ต้องเล่นด้วยกฎที่เข้มงวดขึ้นเท่านั้นเอง


หน่วยงานกำกับเกาหลีใต้เดินหน้าตั้ง “คณะทำงานพิเศษ” หวังคุมเข้มบริการสินเชื่อคริปโต หลังพบแพลตฟอร์มดังแข่งกันปล่อยกู้แบบเลเวอเรจสูงลิ่ว สร้างความเสี่ยงพุ่ง ล่าสุดเล็งออกร่างแนวปฏิบัติใหม่ในเดือนหน้า เน้น “จำกัดการกู้-เปิดเผยความเสี่ยง-ยกระดับความโปร่งใส” ขณะที่ธนาคารกลางไม่รอช้า เปิดตัวทีม “สินทรัพย์เสมือน” รับมือคลื่น Stablecoin พร้อมร่วมกำกับคริปโตภาครัฐ

รัฐบาลเกาหลีใต้ขยับใหญ่ในเกมสินทรัพย์ดิจิทัล เตรียมกำหนดมาตรการควบคุม “บริการสินเชื่อคริปโต” อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะรูปแบบที่ใช้ “เลเวอเรจ” สูง ซึ่งสร้างความเสี่ยงเชิงระบบต่อทั้งตลาดและนักลงทุนรายย่อย

ล่าสุด คณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) และบริการกำกับดูแลทางการเงิน (FSS) ได้จัดตั้ง “คณะทำงานพิเศษ” เพื่อพัฒนากรอบการกำกับดูแลด้านการให้กู้ยืมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยคาดว่าจะเผยแพร่ “แนวปฏิบัติ” ที่เข้มข้นและครอบคลุมในเดือนสิงหาคมนี้

แหล่งข่าวจาก Yonhap News Agency เปิดเผยว่า แนวทางดังกล่าวจะครอบคลุมข้อจำกัดด้านเลเวอเรจ คุณสมบัติของผู้ใช้งาน การเปิดเผยความเสี่ยง และความโปร่งใสของกิจกรรมการให้กู้ยืมคริปโต โดยถือเป็นการตอบสนองเชิงรุกของภาครัฐต่อบริการสินเชื่อใหม่ที่เริ่มเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนรายใหญ่ เช่น Upbit และ Bithumb

ปัจจุบัน Bithumb อนุญาตให้ผู้ใช้งานกู้ยืมได้สูงสุดถึง 4 เท่าของหลักประกัน ขณะที่ Upbit เสนอวงเงินสินเชื่อที่สูงถึง 80% ของมูลค่าทรัพย์สิน ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า หากตลาดเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง จะนำไปสู่การล้างพอร์ตในวงกว้าง ซึ่งยิ่งเร่งความรุนแรงของวิกฤต

นอกจากนี้คณะทำงานดังกล่าวประกอบด้วยผู้แทนจาก FSC, FSS และ Digital Asset eXchange Alliance (DAXA) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลตนเองที่ก่อตั้งขึ้นโดย 5 แพลตฟอร์มคริปโตหลักของเกาหลีใต้ ได้แก่ Upbit, Bithumb, Coinone, Korbit และ Gopax

ขณะที่แนวปฏิบัติใหม่นี้จะอิงตาม “กรอบกฎระเบียบสากล” และ “มาตรฐานตลาดทุนแบบดั้งเดิม” ควบคู่กับการคำนึงถึง “ความซับซ้อนเฉพาะตัวของตลาดคริปโต” ในประเทศ โดยหน่วยงานกำกับหวังว่า จะสามารถวางฐานให้กับกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่ในอนาคต

ที่สำคัญ ทางการยังขอความร่วมมือจากตลาดแลกเปลี่ยนให้ “คัดกรองบริการที่มีความเสี่ยงสูง” โดยเฉพาะรูปแบบสินเชื่อที่ใช้เลเวอเรจมากเกินไป หรือบริการที่ยังอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย เช่น การให้กู้ยืมแบบใช้เงินตรา (fiat-based lending)

อย่างไรก็ดีความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ “ธนาคารกลางเกาหลีใต้” หรือ BOK ขยับขยายบทบาททีมวิจัยสกุลเงินดิจิทัลกลาง (CBDC) เดิม สู่การจัดตั้ง “Virtual Asset Team” หรือทีมเฉพาะกิจสินทรัพย์เสมือน เพื่อรองรับบทบาทด้านกำกับดูแลในระดับนโยบาย โดยทีมใหม่นี้จะรับผิดชอบงานด้าน Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นๆ โดยทำงานควบคู่กับภาครัฐระหว่างกระบวนการร่างกฎหมายคริปโต

ทั้งนี้แรงส่งจากตลาดไม่ใช่เรื่องเล็ก ล่าสุดข้อมูลจาก Google Finance ระบุว่า ในเดือนมิถุนายน หุ้นของธนาคารรายใหญ่ในเกาหลีใต้ เช่น Kakao Bank, Kookmin Bank และ Industrial Bank of Korea ต่างปรับตัวขึ้น 10-19% หลังมีข่าวจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับ Stablecoin

ความพยายามทั้งหมดนี้สะท้อนว่า เกาหลีใต้กำลัง “ขีดเส้นใต้” ความจำเป็นในการควบคุมภาคสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ “การให้กู้ยืมคริปโต” ซึ่งเป็นจุดเปราะบางที่อาจลุกลามเป็นวิกฤตได้ หากไร้การกำกับดูแลที่เข้มข้น

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน