ศาลสหรัฐฯ ไฟเขียวฟ้อง Tether ปั่นราคา Bitcoin ถ้าแพ้คดี TA ที่เทรดเดอร์ไทยใช้อาจเป็นเรื่องหลอก
- คดีกลุ่มฟ้อง Tether ปั่นราคา Bitcoin ด้วย USDT
- หลักฐานชี้ USDT ถูกใช้ปั่นราคา Bitcoin
- ผลกระทบต่อ TA ที่เทรดเดอร์ไทยใช้
- Bitfinex สะสม Bitcoin จำนวนมาก
- Tether ปฏิเสธข้อกล่าวหา
- สรุป
ศาลสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้มีการฟ้องร้องคดีกลุ่ม (class action) ต่อ Tether และ Bitfinex ข้อกล่าวหาว่ามีการปั่นราคา Bitcoin ระหว่างปี 2017-2021 ซึ่งหาก Tether แพ้คดีนี้ อาจทำให้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (TA) ที่เทรดเดอร์ไทยใช้กันอยู่อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกบิดเบือนข้อมูล
คดีกลุ่มฟ้อง Tether ปั่นราคา Bitcoin ด้วย USDT
คดีนี้ถูกยื่นโดยกลุ่มนักลงทุนที่อ้างว่า Tether และ Bitfinex ใช้ USDT ในการสร้างอุปสงค์เทียม (artificial demand) เพื่อปั่นราคา Bitcoin ระหว่างปี 2017-2021 โดยมีการพิมพ์ USDT ออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อ Bitcoin ในช่วงที่ราคาตก ซึ่งส่งผลให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ
รายละเอียดคดี
กลุ่มผู้ฟ้องคดีระบุว่า Tether และ Bitfinex ใช้ USDT ในการจัดการราคา Bitcoin ผ่านกลไกต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ หลักฐานสำคัญที่ถูกนำเสนอรวมถึง:
- การเพิ่มปริมาณ USDT อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ Bitcoin มีราคาตก
- รูปแบบการซื้อขายที่ผิดปกติในตลาด
- ความสัมพันธ์ระหว่างการออก USDT ใหม่กับการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin
ผลกระทบต่อตลาด
หากข้อกล่าวหาเป็นจริง การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อ:
| ด้าน | ผลกระทบ |
|---|---|
| ความน่าเชื่อถือของตลาดคริปโต | ลดความเชื่อมั่นของนักลงทุน |
| ราคา Bitcoin | อาจเกิดความผันผวนรุนแรง |
| กฎระเบียบ | อาจนำไปสู่การควบคุมที่เข้มงวดขึ้น |
ปฏิกิริยาจาก Tether
Tether ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่า USDT มีการสำรองเงินสดครบถ้วนและไม่เคยใช้เพื่อจัดการราคาในตลาด
ความคืบหน้าคดี
ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล โดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอาจใช้เวลานานหลายปีกว่าจะมีคำตัดสินขั้นสุดท้าย
ข้อมูลจาก: CoinMarketCap, TradingView
หลักฐานชี้ USDT ถูกใช้ปั่นราคา Bitcoin
จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดย Altinvest.finance พบว่า 90% ของกรณีการปั่นราคา Bitcoin ในช่วงปี 2017-2021 มีความเชื่อมโยงกับการใช้สเตเบิลคอยน์ USDT โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์ม Bitfinex ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกับ Tether ผู้ผลิต USDT
รายงานระบุว่า Bitfinex ใช้ USDT ในการซื้อ Bitcoin จำนวนมากในช่วงที่ราคาตกต่ำ สร้างความต้องการเทียมในตลาด (artificial demand) ก่อนจะปล่อยขายในเวลาต่อมาเมื่อราคาพุ่งสูงขึ้น กลยุทธ์นี้ถูกใช้ซ้ำๆ ในช่วงตลาดขาลงเพื่อกระตุ้นให้ราคากลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง
ข้อมูลจาก DefiContrarian ยืนยันว่า KuCoin และ Tether/Bitfinex มีบทบาทสำคัญในการปั่นราคาดังกล่าว โดยพบรูปแบบการซื้อขายที่ผิดปกติผ่าน USDT ก่อนที่ราคา Bitcoin จะปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละรอบ
การปั่นราคาด้วย USDT ส่งผลให้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (TA) ที่เทรดเดอร์ใช้กันทั่วไป เช่น Fibonacci retracement และ Moving Average ให้สัญญาณที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้พิจารณาปัจจัยพื้นฐานและสภาพคล่องในตลาดควบคู่ไปด้วย
ปัจจุบันศาลสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้ดำเนินคดีกลุ่ม (class action) ต่อ Tether และ Bitfinex ในข้อหาปั่นราคา Bitcoin ซึ่งหากแพ้คดีอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของ USDT ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี
ผลกระทบต่อ TA ที่เทรดเดอร์ไทยใช้
การตัดสินคดีของ Tether ในสหรัฐฯ อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อวงการวิเคราะห์ทางเทคนิค (TA) ในประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดจากแหล่งวิเคราะห์ทางการเงินระบุว่าเครื่องมือยอดนิยมอาจต้องถูกทบทวนใหม่ หลังพบสัญญาณความผิดปกติในข้อมูลทางประวัติศาสตร์
เทรดเดอร์ไทยควรตระหนักถึงข้อจำกัดของรูปแบบกราฟดังต่อไปนี้:
- รูปแบบสามเหลี่ยม (Triangles)
- เส้นแนวรับ-แนวต้าน (Support/Resistance)
- เครื่องมือวัดโมเมนตัม (Momentum Indicators)
ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังในการตีความสัญญาณ TA โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับสเตเบิลคอยน์ ควรเสริมด้วยการวิเคราะห์สภาพคล่องและปริมาณการซื้อขายจริงในตลาด
ปัจจุบันมีงานวิจัยหลายชิ้นที่กำลังศึกษาผลกระทบของสเตเบิลคอยน์ต่อความแม่นยำของ TA ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนามาตรฐานใหม่สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคในอนาคต
Bitfinex สะสม Bitcoin จำนวนมาก
ข้อมูลจาก Blue Ledger (X) ระบุว่า Bitfinex มีการสะสม Bitcoin จำนวนมากถึง 1,000,884 BTC ซึ่งมากกว่าปริมาณ Bitcoin ที่ ETF ทั้งหมดถือครองถึง 21 เท่า โดย Racquel Zukerman วิเคราะห์ว่า Bitcoin ETF มีการไหลเข้าสุทธิ 1.14 พันล้านดอลลาร์ใน 3 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ Gold ETF มีการไหลออกสุทธิ 576.8 ล้านดอลลาร์ใน 2 เดือน
ทีมงาน BTCC วิเคราะห์ว่า ปริมาณ Bitcoin ที่ Bitfinex สะสมอยู่นี้มีมูลค่าสูงถึงกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ ณ ราคาปัจจุบัน โดยเป็นปริมาณที่มากกว่าทั้ง 11 กองทุน Bitcoin ETF ที่ได้รับอนุมัติจาก SEC รวมกันเสียอีก
| สถาบัน | ปริมาณ Bitcoin (BTC) | มูลค่าปัจจุบัน (ล้าน USD) |
|---|---|---|
| Bitfinex | 1,000,884 | 60,053 |
| Bitcoin ETF ทั้งหมด | 47,661 | 2,860 |
จากข้อมูลของ CoinMarketCap ราคา Bitcoin ณ วันที่ 8 มีนาคม 2567 อยู่ที่ประมาณ 60,000 ดอลลาร์ต่อ BTC ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ที่ Bitfinex ถือครองนี้มีนัยสำคัญต่อตลาดเป็นอย่างมาก
Tether ปฏิเสธข้อกล่าวหา
Tether ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการปั่นราคา Bitcoin โดยทางบริษัทยืนยันว่า USDT มีการสำรองเงินสด 100% ตามที่ประกาศไว้ และไม่มีการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการราคาใดๆ
จากข้อมูลทางการเงินล่าสุด (อ้างอิงจาก CoinMarketCap) USDT มีมูลค่าตามราคาตลาดกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนการซื้อขายในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีสูงถึง 90% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด
แม้จะมีการปฏิเสธอย่างเป็นทางการ แต่ศาลสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้คดีนี้ดำเนินต่อไป ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่ Tether อาจต้องเผชิญกับ:
- ค่าชดเชยให้กับนักลงทุนที่ได้รับความเสียหาย
- บทลงโทษทางกฎหมายหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง
- ผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวม
ทั้งนี้ การพิจารณาคดีคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี ก่อนจะมีคำตัดสินขั้นสุดท้าย ในระหว่างนี้ Tether ยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ และ USDT ยังคงเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำให้นักลงทุน:
สรุป
คดีนี้เป็นประเด็นร้อนในวงการคริปโต เพราะอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อความน่าเชื่อถือของ USDT และเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (TA) ที่เทรดเดอร์ใช้กันอยู่ หาก Tether แพ้คดี นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าอาจทำให้ตลาดคริปโตเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง และอาจส่งผลให้เทรดเดอร์ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรดใหม่ทั้งหมด