หุ้นโลกดิ่งเหว! ราคาน้ำมันพุ่ง 25% ในสัปดาห์เดียว รับข่าวสงครามเดือด-คูเวตระงับผลิต (2026)
- ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบสนองอย่างไร?
- ปัจจัยอะไรที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง?
- นักวิเคราะห์มองสถานการณ์นี้อย่างไร?
- ตลาดพันธบัตรตอบสนองอย่างไร?
- แนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร?
ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนรุนแรงในสัปดาห์นี้ หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น 25% ภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง โดยคูเวตประกาศระงับการผลิตน้ำมันบางส่วน ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งแตะระดับ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 89 ดอลลาร์
ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบสนองอย่างไร?
ดัชนีหลักทั่วโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรง โดย FTSE 100 ของอังกฤษร่วง 1.6% ขณะที่ Dow Jones ของสหรัฐฯ ลดลง 1.5% และ DAX ของเยอรมนีร่วงมากกว่า 2% สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนที่กำลังหันไปถือเงินสด (Cash is King) มากขึ้น
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง?
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะการที่คูเวตประกาศระงับการผลิตน้ำมันบางส่วนเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกับวิกฤตการณ์ในปี 2020 ที่ทำให้ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างรุนแรง
นักวิเคราะห์มองสถานการณ์นี้อย่างไร?
Kathleen Brooks นักวิเคราะห์จาก XTB ให้ความเห็นว่า "นี่คือสถานการณ์ที่นักลงทุนกำลังตื่นตระหนก (Panic Sell) เราอาจเห็นราคาน้ำมันแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้หากความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไป"
ตลาดพันธบัตรตอบสนองอย่างไร?
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 4.27% จากเดิม 4.62% สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้มในอนาคตจะเป็นอย่างไร?
ในขณะที่ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอนสูง นักวิเคราะห์จาก BTCC มองว่าสถานการณ์อาจยังไม่คลี่คลายในเร็ววันนี้ โดยเฉพาะหากความตึงเครียดในภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไป