ปีเตอร์ ชิฟฟ์ เปิดปากวิจารณ์ Bitcoin “ทองคำขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคริปโตจะรุ่ง” ในปี 2026
- ปีเตอร์ ชิฟฟ์ ชี้ Bitcoin ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการป้องกันเงินเฟ้อ
- ความแตกต่างระหว่างทองคำและ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่า
- แนวโน้มตลาดในปี 2026
ปีเตอร์ ชิฟฟ์ นักเศรษฐศาสตร์และนักวิจารณ์ตลาดการเงินชื่อดัง ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับ Bitcoin ว่า แม้ราคาทองคำจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin และตลาดคริปโตเคอเรนซีจะตามไปด้วย โดยเขาชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของทั้งสองสินทรัพย์ และคาดการณ์แนวโน้มในปี 2026 นี้
ปีเตอร์ ชิฟฟ์ ชี้ Bitcoin ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในการป้องกันเงินเฟ้อ
ปีเตอร์ ชิฟฟ์ ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา โดยตอบโต้การวิเคราะห์ของ Tom Lee จาก Fundstrat ที่ระบุว่า การขึ้นของราคาทองคำเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับ Bitcoin ชิฟฟ์แย้งว่า Bitcoin เติบโตในช่วงที่ทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และช่วงชิงตำแหน่ง "ตัวป้องกันเงินเฟ้อที่ดีกว่า" ไปจากทองคำ แต่การที่ทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ได้ทำลายความเชื่อผิดๆ ดังกล่าว
เขาย้ำว่า "ทองคำคือตัวป้องกันเงินเฟ้อและสินทรัพย์ปลอดภัยที่แท้จริง" และมองว่า Bitcoin ไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่าทองคำ จากการวิเคราะห์ของทีม BTCC พบว่า ชิฟฟ์มักแสดงความเห็นในเชิงลบต่อ Bitcoin อยู่เสมอ ในขณะที่เขาสนับสนุนการลงทุนในทองคำมาโดยตลอด
ความแตกต่างระหว่างทองคำและ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่า
ชิฟฟ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ทองคำมีคุณสมบัติเป็น "สินทรัพย์เก็บมูลค่า" (Store of Value) ที่แท้จริง เนื่องจากมีประวัติศาสตร์ยาวนานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ในขณะที่ Bitcoin ยังใหม่เกินไปและมีความผันผวนสูงเกินไปจะทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Bitcoin มีความผันผวนสูงกว่าทองคำถึง 3 เท่า แม้ว่าจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสอดคล้องกับข้อโต้แย้งของชิฟฟ์
แนวโน้มตลาดในปี 2026
สำหรับปี 2026 นี้ ชิฟฟ์มองว่าทองคำยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในการลงทุนระยะยาว ในขณะที่ Bitcoin อาจเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งในด้านกฎระเบียบและความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนจาก BTCC ยังคงมองว่า Bitcoin มีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการลดปริมาณการขุด (halving) ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว มักจะนำไปสู่การปรับตัวขึ้นของราคาในระยะกลางถึงยาว
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน