ข่าว USDT: ธนาคารใหญ่สหรัฐร่วมมือพัฒน�ต็าบิ้ลคอยน์ใหม่
ในปี 2025 ธนาคารยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีทอย่าง JPMorgan Chase, Bank of America, Citigroup และ Wells Fargo ได้ร่วมมือกันพัฒนาเสต็บเบิลคอยน์ใหม่ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงถึงการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน โดยกลุ่มธนาคารมีแผนใช้เครือข่ายการชำระเงินที่มีอยู่ เช่น Early Warning Services, Zelle และ The Clearing House ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับประสิทธิภาพของคริปโตเคอร์เรนซีในระดับสถาบัน การเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึง...
ธนาคารใหญ่สหรัฐร่วมมือพัฒนา Stablecoin ระลอกใหม่ของการยอมรับคริปโต
ยักษ์ใหญ่จากวอลล์สตรีตอย่าง JPMorgan Chase, Bank of America, Citigroup และ Wells Fargo ร่วมกันพัฒนาสเตเบิลคอยน์ที่ผูก้ามูลค่ากับดอลลาร์ สะท้อนการปรับกลยุทธ์สู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบบล็อกเชน กลุ่มธนาคารวางแผนใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการชำระเงินที่มีอยู่ เช่น Early Warning Services ผู้ดำเนินการ Zelle และ The Clearing House ซึ่งแสดงถึงการยอมรับประสิทธิภาพของการชำระเงินด้วยคริปโตในระดับสถาบัน
การเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงทั้งการตั้งรับและรุกเชิงนวัตกรรม โดยธนาคารต้องการรักษาส่วนแบ่งตลาดเงินฝากในขณะเดียวกันก็ทันสมัยระบบโครงสร้างการทำธุรกรรม การผูกค่าสเตเบิลคอยน์กับดอลลาร์สร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับระบบธนาคารแบบดั้งเดิม ซึ่งอาจเปลี่ยนโฉมการจัดการสภาพคล่องและการชำระเงินข้ามพรมแดน
Tether’s Non-Compliance with EU’s MICA Regulations Raises Questions
Tether, the issuer of the world’s largest stablecoin USDT, has notably chosen not to adhere to the European Union’s Markets in Crypto-Assets (MICA) framework. The regulation, designed to bring systematic oversight to the crypto market, mandates that stablecoin issuers obtain an Electronic Money Institution (EMI) license to operate within the EU.
The decision highlights a growing tension between global stablecoin operators and regional regulators. Tether’s dominance in the market—with USDT accounting for nearly 70% of stablecoin trading volume—positions it as a critical test case for regulatory enforcement. Market participants are watching closely whether the EU will take action against non-compliant issuers.