BitMine ขึ้นแท่นเบอร์ 1 แค่ชั่วคราว! SharpLink ตอบโต้ทันที ด้วยการดึงทีมงานระดับเทพจาก BlackRock มาเสริมทัพ
- สงคราม ETH: BitMine vs SharpLink
- BlackRock กับบทบาทใหม่ในวงการคริปโต
- กลยุทธ์เสริมทัพของ SharpLink
- อนาคตของ Ethereum ในมือยักษ์ใหญ่
- คำถามที่พบบ่อย
การแข่งขันในวงการคริปโตเคอร์เรนซีร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ BitMine Immersion Technologies เพิ่งแซงหน้า SharpLink ขึ้นเป็นผู้ถือครอง Ethereum (ETH) อันดับ 1 แต่ดูเหมือนว่าว่าชัยชนะนี้จะอยู่ได้ไม่นาน เมื่อ SharpLink ตอบโต้ด้วยการดึง Joseph Chalom อดีตผู้บริหารระดับสูงจาก BlackRock มาร่วมทีมทันที
สงคราม ETH: BitMine vs SharpLink
จากข้อมูลล่าสุด BitMine เพิ่งก้าวขึ้นเป็นผู้ถือครอง ETH อันดับ 1 ด้วยจำนวน 566,776 ETH (ประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์) แซงหน้า SharpLink ที่มีอยู่ 360,807 ETH แต่ SharpLink ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยการแต่งตั้ง Joseph Chalom อดีต Co-CEO ของ BlackRock ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี มารับตำแหน่งสำคัญในทีม
BlackRock กับบทบาทใหม่ในวงการคริปโต
Joseph Chalom ให้สัมภาษณ์ผ่าน LinkedIn ว่า "SharpLink มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของ Ethereum" โดยเขาจะนำประสบการณ์จากการพัฒนา ETF คริปโตของ BlackRock มาใช้กับ SharpLink โดยเฉพาะ iShares Ethereum Trust (ETHA) ที่กำลังเป็นที่พูดถึง
กลยุทธ์เสริมทัพของ SharpLink
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ "ตอบโต้ทันที" ของ SharpLink หลังจากเสียตำแหน่งให้ BitMine เมื่อไม่กี่วันก่อน นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การดึงตัว Joseph Chalom มาเสริมทัพเป็นการส่งสัญญาณว่า SharpLink ต้องการกลับมาเป็นเบอร์ 1 ให้ได้
อนาคตของ Ethereum ในมือยักษ์ใหญ่
การแข่งขันระหว่าง BitMine และ SharpLink สะท้อนให้เห็นความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ Ethereum ในหมู่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ Tom Lee จาก Fundstrat ให้ความเห็นว่า "นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่ Ethereum จะถูกมองว่าเป็น 'Digital Gold เวอร์ชัน 2.0'"
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม SharpLink ถึงดึงตัว Joseph Chalom จาก BlackRock มาเสริมทีม?
Joseph Chalom มีประสบการณ์กว่า 20 ปีใน BlackRock โดยเฉพาะด้าน ETF คริปโต ซึ่งเป็นทักษะที่ SharpLink ต้องการเพื่อพัฒนาาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ Ethereum
BitMine และ SharpLink ถือครอง ETH รวมกันเท่าไร?
ปัจจุบันทั้งสองบริษัทถือครอง ETH รวมกันกว่า 927,583 ETH หรือประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สำคัญของ ETH ทั้งหมดในตลาด
การแข่งขันครั้งนี้ส่งผลต่อราคา ETH อย่างไร?
ในระยะสั้นอาจสร้างความผันผวน แต่ในระยะยาวนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณที่ดี เพราะแสดงให้เห็นความสนใจจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่