ดอลลาร์สะเทือนบัลลังก์! ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ตุน "ทองคำ" แซงหนี้สหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 30 ปี
- ทองคำแซงหนี้สหรัฐฯ ในพอร์ตธนาคารกลาง
- สาเหตุที่ธนาคารกลางหันมาสะสมทองคำ
- แนวโน้มราคาทองคำในอนาคต
- ปฏิกิริยาจากตลาดการเงิน
- คำถามที่พบบ่อย
ในปี 2026 เกิดปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญเมื่อธนาคารกลางทั่วโลกถือทองคำเป็นสินทรัพย์สำรองมากกว่าหนี้สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1996 สะท้อนแนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ (De-dollarization) ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ทองคำแซงหนี้สหรัฐฯ ในพอร์ตธนาคารกลาง
รายงานล่าสุดจาก World Gold Council เปิดเผยว่า สัดส่วนการถือทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกพุ่งแตะ 24% ของสินทรัพย์สำรอง ขณะที่การถือหนี้สหรัฐฯ ลดลงเหลือเพียง 23% นับเป็นการพลิกโฉมครั้งใหญ่ในตลาดการเงินโลก
สาเหตุที่ธนาคารกลางหันมาสะสมทองคำ
นักวิเคราะห์จาก BTCC ชี้ว่า ภาวะเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ทองคำกลับมาเป็นที่นิยม ในปี 2025 มีประเทศสมาชิก BRICS ถึง 44 ประเทศที่ประกาศลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มราคาทองคำในอนาคต
ตลาดคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจพุ่งแตะ 4,600 ดอลลาร์/ออนซ์ ในปีนี้ จากปัจจัยด้านอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาเฉลี่ยในทศวรรษที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,037 ดอลลาร์/ออนซ์ เท่านั้น
ปฏิกิริยาจากตลาดการเงิน
"นี่คือสัญญาณที่น่ากลัวสำหรับระบบการเงินโลก" โพสต์ทวิตเตอร์จากบัญชี NoLimitGains ระบุ พร้อมภาพอินโฟกราฟิกที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนสินทรัพย์สำรอง
คำถามที่พบบ่อย
เหตุใดธนาคารกลางจึงหันมาสะสมทองคำมากขึ้น?
ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Hard Asset) ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในภาวะที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง และยังเป็นทางเลือกในการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อตลาดการเงินอย่างไร?
การลดลงของความนิยมในหนี้สหรัฐฯ อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ราคาทองคำมีแนวโน้มจะแข็งค่าต่อไป