ทรัมป์ขู่เก็บภาษี 25%! หากประเทศไหนทำธุรกิจกับอิหร่าน หวังกดดันรัฐบาลเตหะราน
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเตือนผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าเขาจะเก็บภาษี 25% จากประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน หากชนะการเลือกตั้งและกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งในปี 2024 นโยบายนี้ถือเป็นความพยายามกดดันรัฐบาลเตหะรานให้ยอมรับข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่
ทรัมป์ประกาศมาตรการทางเศรษฐกิจครั้งใหม่
ในโพสต์ล่าสุดบน Truth Social ทรัมป์ระบุว่า "ผมจะเรียกเก็บภาษี 25% จากทุกประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับระบอบทรราชในเตหะราน" เขาย้ำว่ามาตรการนี้จะบังคับใช้ทันทีหากเขาได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง โดยอ้างว่าเป็นวิธีเดียวที่จะหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
นักวิเคราะห์จาก BTCC มองว่าการขู่ว่าจะเก็บภาษีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ "แรงกดดันสูงสุด" ที่ทรัมป์ใช้ในช่วงดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2017-2021 ซึ่งรวมถึงการถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในปี 2018
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่ยังคงนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน เช่น จีนและอินเดีย ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่าประเทศเหล่านี้มีการค้าขายกับอิหร่านมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน
"ในระยะสั้น เราอาจเห็นความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก" นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดให้ความเห็น "แต่ผลกระทบที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับว่าประเทศต่างๆ จะตอบสนองต่อคำขู่ของทรัมป์อย่างไร"
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ทางการอิหร่านยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการต่อคำขู่ครั้งล่าสุดนี้ แต่ที่ผ่านมาเตหะรานมักตอบโต้มาตรการกดดันจากสหรัฐฯ ด้วยการเพิ่มอัตราการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
ด้านสหภาพยุโรปออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น ขณะที่จีนย้ำว่าจะคงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่านต่อไปตามปกติ
คำถามที่พบบ่อย
ทรัมป์จะสามารถบังคับใช้มาตรการนี้ได้จริงหรือ?
ตามกฎหมายสหรัฐฯ ประธานาธิบดีมีอำนาจประกาศมาตรการทางเศรษฐกิจแบบฝ่ายเดียวได้ในระดับหนึ่ง แต่การบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบอาจต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส
มาตรการนี้จะส่งผลต่อราคาน้ำมันอย่างไร?
นักวิเคราะห์จาก BTCC คาดว่าหากมีการบังคับใช้จริง อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้น 10-15% ในระยะสั้น เนื่องจากอุปทานในตลาดอาจลดลง
ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบหรือไม่?
ในปัจจุบันประเทศไทยมีการค้าขายกับอิหร่านในปริมาณค่อนข้างจำกัด จึงคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่