ธนาคารกลางรัสเซียเตรียมใช้ "Tokenization" เปิดทางให้ชาวต่างชาติลงทุนในหุ้นรัสเซียได้สะดวกขึ้น (2025)
- Tokenization คืออะไรและสำคัญอย่างไร?
- บทบาทของบล็อกเชนในโครงการนี้
- ความเห็นจากสถาบันการเงินรัสเซีย
- ความท้าทายและโอกาส
ธนาคารกลางรัสเซียกำลังวางแผนนำเทคโนโลยี Tokenization มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์รัสเซีย โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ
Tokenization คืออะไรและสำคัญอย่างไร?
Tokenization เป็นกระบวนการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริงให้อยู่ในรูปแบบของโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน สำหรับกรณีของรัสเซีย เทคโนโลยีนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับตลาดหุ้นรัสเซีย ซึ่งปัจจุบันมีข้อจำกัดหลายประการเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ
วลาดิมีร์ ชิสตยูคิน รองประธานธนาคารกลางรัสเซีย เปิดเผยว่า "โซลูชันนี้จะช่วยแก้ปัญหาหลักที่นักลงทุนต่างชาติเผชิญในการเข้าเข้าถึงตลาดทุนรัสเซีย" โดยระบบจะทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่พัฒนาขึ้นใหม่
บทบาทของบล็อกเชนในโครงการนี้
เซอร์เกย์ ชเวตซอฟ อดีตผู้อำนวยการตลาดหลักทรัพย์มอสโก ระบุว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะถูกใช้เป็นกระดูกสันหลังของระบบ Tokenization นี้ โดยจะช่วยให้สามารถติดตามและตรวจสอบทุกธุรกรรมได้อย่างโปร่งใส ในขณะเดียวกันก็รักษาความปลอดภัยของข้อมูลนักลงทุน
"ระบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้นักลงทุนต่างชาติเข้าเข้าถึงตลาดรัสเซียได้ง่ายขึ้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของตลาดทุน" ชเวตซอฟกล่าวเสริม
ความเห็นจากสถาบันการเงินรัสเซีย
อเล็กเซย์ โคโรเลนโก จาก Cifra Markets มองว่า Tokenization ของสินทรัพย์จริง (RWA) เป็นเทรนด์สำคัญที่กำลังมาแรง "สิ่งที่ธนาคารกลางรัสเซียกำลังทำอยู่คือการนำแนวโน้มระดับโลกมาใช้ในบริบทเฉพาะของรัสเซีย"
ขณะที่ Sovcombank หนึ่งในธนาคารชั้นนำของรัสเซียแสดงความเห็นว่า "นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งซึ่งจะพลิกโฉมตลาดการเงินรัสเซียไปอย่างสิ้นเชิง"
ความท้าทายและโอกาส
แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่โครงการนี้ก็ต้องเผชิญกับความท้า้าทายไม่น้อย โดยเฉพาะในแง่ของความน่าเชื่อถือและการยอมรับจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่านี่อาจเป็นทางออกสำคัญสำหรับรัสเซียในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
ทั้งนี้ โครงการ Tokenization ของธนาคารกลางรัสเซียคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2025 นี้ โดยจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า