เขย่าวงการเทค! ทรัมป์เตรียมเซ็นคำสั่งเพิ่มค่าค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B เป็น 1 แสนเหรียญต่อหัวในปี 2025
- วีซ่า H-1B คืออะไร?
- รายละเอียดนโยบายใหม่ของทรัมป์
- ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี
- ปฏิกิริยาจากวงการธุรกิจ
- ความเป็นไปได้ในการบังคับใช้
- คำถามที่พบบ่อย
โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังเตรียมลงนามคำสั่งบริหารที่จะเพิ่มค่าค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า H-1B อย่างมหาศาลเป็น 100,000 เหรียญสหรัฐต่อราย ซึ่งสูงกว่าปัจจุบันถึง 10 เท่า ข่าวนี้สร้างความสั่นสะเทือนในวงการเทคโนโลยีที่พึ่งพาาผู้มีความสามารถจากต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ ในซิลิคอนวัลเลย์
วีซ่า H-1B คืออะไร?
วีซ่า H-1B เป็นวีซ่า่าทำงานชั่วคราวสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติในสาขาที่ต้องการทักษะสูง เช่น เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ สหรัฐฯ ออกวีซ่า่าประเภทนี้ปีละ 85,000 ใบผ่านระบบลอตเตอรี่ โดยบริษัทผู้ว่าว่าจ้างต้องเป็นผู้ยื่นคำขอและจ่ายค่าธรรมเนียม
รายละเอียดนโยบายใหม่ของทรัมป์
จากข้อมูลของบลูมเบิร์ก นโยบายใหม่จะเพิ่มค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า H-1B จากปัจจุบันประมาณ 10,000 เหรียญเป็น 100,000 เหรียญต่อใบ นอกจากนี้ยังจะปรับระบบค่าค่าจ้างขั้นต่ำ (Prevailing Wage) ให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันการจ้างงานราราคาาถูก
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี
มาตรการนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่พึ่งพาาผู้มีความสามารถจากต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทอย่าง Google, Apple และ Microsoft ที่จ้างวิศวกรต่างชาติจำนวนมากผ่านระบบ H-1B ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้บางบริษัทย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น
ปฏิกิริยาจากวงการธุรกิจ
สมาคมเทคโนโลยีสหรัฐฯ (TechNet) ออกแถลงการณ์คัดค้านนโยบายนี้ โดยระบุว่า "มาตรการนี้จะทำลายความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ ในตลาดโลก" ขณะที่กลุ่มแรงงานบางส่วนสนับสนุนนโยบาย โดยมองว่าจะช่วยเปิดโอกาสให้คนอเมริกันได้งานมากขึ้น
ความเป็นไปได้ในการบังคับใช้
แม้ทรัมป์จะเตรียมลงนามคำสั่งนี้ในเร็วๆ นี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่าว่าอาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้องจากภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจทำให้การบังคับใช้ล่าช้าหรือต้องปรับเปลี่ยนบางข้อกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายนี้จะมีผลเมื่อไร?
คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2025 หากผ่านกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมด
บริษัทใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด?
บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่จ้างวิศวกรต่างชาติจำนวนมาก เช่น Google, Apple, Amazon และ Microsoft
มีวิธีหลีกเลี่ยงค่าค่าธรรมเนียมนี้หรือไม่?
ในปัจจุบันยังไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการจ่ายค่าค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดหรือการย้ายตำแหน่งงานไปยังประเทศอื่น