‘พิชัย’ เปิดแผนเจรจาสหรัฐครั้งใหญ่! เปิดตลาดเกษตร-ซื้อพลังงานหวังลดภาษี 36% ภายใน 5 ปี
- ข้อเสนอปฏิวัติดุลการค้าไทย-สหรัฐ
- เจรจาครั้งประวัติศาสตร์กับทีมทรัมป์
- วิกฤตภาษีที่ไทยต้องไม่พลาด
- แผนซื้อพลังงาน-เครื่องบิน โบอิ้ง
- ส่งออกไทยพุ่ง 15% ก่อนขึ้นภาษี
การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของรัฐบาลไทย! ‘พิชัย ชุณหวชิร’ รองนายกฯ เปิดเผยแผนเจรจาสหรัฐฉบับใหม่ ตั้งเป้าลดภาษีตอบโต้ 36% ด้วยการเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตร-พลังงาน พร้อมย้ำกลยุทธ์ ‘win-win’ ที่จะพลิกโฉมดุลการค้า 1.48 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี
ข้อเสนอปฏิวัติดุลการค้าไทย-สหรัฐ
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2025 ‘พิชัย ชุณหวชิร’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับสื่อระหว่างประเทศถึงแผนเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ฉบับใหม่ที่เตรียมยื่นเสนอ โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ: (1) ลดภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จากปัจจุบัน 36% (2) ปรับลดดุลการค้าที่ไทยเกินดุล 46,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.48 ล้านล้านบาท) ลง 70% ภายใน 5 ปี และ (3) บรรลุจุดสมดุลทางการค้าภายใน 7-8 ปี
กลยุทธ์หลักประกอบด้วย: - เปิดตลาดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมให้สหรัฐมากขึ้น - เพิ่มการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐโดยเฉพาะ LNG และเอธานอล - การสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งจากสายการบินไทย - ลดขั้นตอนการนำเข้าและปรับปรุงกระบวนการศุลกากร
เจรจาครั้งประวัติศาสตร์กับทีมทรัมป์
การปรับแก้ไขข้อเสนอครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการประชุมระดับสูงเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2025 ระหว่างนายพิชัยกับสองตัวแทนสหรัฐฯ ได้แก่ ‘จามีสัน กรีเออร์’ ผู้แทนการค้าสหรัฐ และ ‘ไมเคิล ฟอลเคนเดอร์’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ซึ่งถือเป็นการเจรจาภาษีระดับรัฐมนตรีครั้งแรกระหว่างสองประเทศ
“สิ่งที่เราเสนอคือโมเดล win-win” นายพิชัยกล่าวกับผู้สื่อข่าว พร้อมอธิบายว่า “ขณะที่สหรัฐจะได้ตลาดใหม่ ไทยก็ได้โอกาสปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และลดขั้นตอนที่ซับซ้อน” โดยย้ำว่าสินค้าสหรัฐส่วนใหญ่ที่จะเข้ามามีปริมาณไม่เพียงพอในประเทศ จึงไม่กระทบเกษตรกรไทย
วิกฤตภาษีที่ไทยต้องไม่พลาด
สถานการณ์ปัจจุบันน่ากังวลไม่น้อย เมื่อเวียดนามเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยต้องเผชิญภาษีส่งออก 20% สำหรับสินค้าทั่วไป และ 40% สำหรับสินค้าผ่านแดน ขณะที่ไทยกำลังเจรจาให้ได้อัตราดีที่สุดที่ 10% หรืออย่างสูงไม่เกิน 20%
“สถานการณ์แย่ที่สุดคือไทยได้ข้อตกลงที่แย่ที่สุดในภูมิภาค” นายพิชัยกล่าวอย่างเป็นห่วง พร้อมชี้ว่าหากไม่สามารถลดภาษีกับตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยได้ อาจส่งผลให้: - การส่งออกหดตัวรวดเร็ว - GDP อาจลดลงถึง 1% - สูญเสียความได้เปรียบทางการค้าให้คู่แข่ง
แผนซื้อพลังงาน-เครื่องบิน โบอิ้ง
หนึ่งในไฮไลต์ของข้อเสนอคือแผนเพิ่มการนำเข้าพลังงานจากสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม: - ปตท. เตรียมซื้อ LNG จากโครงการแอลาสก้า 2 ล้านตัน/ปี เป็นเวลา 20 ปี - SCG Chemicals และ PTT Global Chemical จะเพิ่มการนำเข้าเอธานอล - การบินไทยวางแผนซื้อเครื่องบินโบอิ้งใหม่สูงสุด 80 ลำในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ยังมีแนวร่วมจากหลายบริษัทรัฐวิสาหกิจที่สนใจร่วมลงทุนในโครงการพลังงานสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดดุลการค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
ส่งออกไทยพุ่ง 15% ก่อนขึ้นภาษี
ข้อมูลน่าสนใจคือการส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2025 พุ่งขึ้นถึง 15% ส่วนใหญ่มาจากคำสั่งซื้อล่วงหน้าในช่วง 90 วันก่อนการระงับขึ้นภาษี ซึ่งสะท้อนความกังวลของผู้ส่งออกไทยต่อมาตรการภาษีใหม่
BTCC ทีมนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า “การเคลื่อนไหวทางการค้าครั้งนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจไทย แต่นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด” พร้อมย้ำว่าข้อมูลทางการค้ายังต้องอาศัยความโปร่งใสในการติดตามผล