CEO BlackRock เตือน! AI จะถ่างช่องว่างคนรวยคนจนให้ขาดสะบั้น เว้นแต่ประชาชนจะได้ร่วมเป็นเจ้าของในปี 2026
ในปี 2026 โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่จากเทคโนโลยี AI ที่อาจทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว Larry Fink CEO ของ BlackRock ได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงนี้ พร้อมเสนอทางออกว่า การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของเทคโนโลยีอาจเป็นทางรอดเดียวที่จะป้องกันไม่ให้สังคมแตกแยก
AI จะเปลี่ยนโลกการทำงานอย่างไร?
Larry Fink มองว่า AI จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดแรงงาน โดยงานหลายประเภทจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ เขายกตัวอย่างว่าในปี 2026 นี้ มีงานมากถึง 5.6% ที่เสี่ยงจะถูกแทนที่ด้วย AI ซึ่งสูงกว่าปี 2024 และ 2025 อย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก Handshake ชี้ให้เห็นว่าอัตราการจ้างงานสำหรับบางตำแหน่งลดลงถึง 16% ในปี 2024 และ 26% ในปี 2025
ทางออกคืออะไร?
Fink เสนอว่าเราต้องทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของเทคโนโลยีผ่านเครื่องมือทางการเงินต่างๆ เช่น IRA (Individual Retirement Account) ซึ่งช่วยให้คนทั่วไปสามารถลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีได้ แม้จะมีเงินทุนจำกัด เขายกตัวอย่างกรณี Trump Accounts ที่มีผู้ลงทุนกว่า 1,000 คนผ่าน IRA
ความเสี่ยงทางสังคมจาก AI
หากไม่มีการกระจายความเป็นเจ้าของเทคโนโลยี Fink มองว่าสังคมอาจเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในระบบ Social Security ที่อาจทนความกดดันไม่ได้ เขาชี้ให้เห็นว่าตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โอกาสในการลงทุน
BlackRock กำลังให้ความสำคัญกับการลงทุนใน Data centers และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เป็นอย่างมาก Fink เปิดเผยในการประชุม 2026 Infrastructure Summit ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างโอกาสทางการลงทุนมหาศาลในปีนี้
บทสรุป
ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลก Larry Fink มองว่าการกระจายความเป็นเจ้าของเทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้สังคมแตกแยก เขาเสนอให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้ลงทุนในอนาคตได้ แม้จะมีเงินทุนจำกัด