ฝันร้ายวัยรุ่นคริปโต! ทำเนียบขาวเตรียมให้ IRS ล้วงข้อมูลกระเป๋าคริปโต-เก็บภาษีข้ามชาติปี 2025
ทำเนียบขาวกำลังผลักดันนโยบายให้กรมสรรพากรสหรัฐ (IRS) เข้าถึงข้อมูลกระเป๋าเงินคริปโตเคอร์เรนซีของผู้ใช้งานทั่วโลก เพื่อเก็บภาษีข้ามชาติ ตามกรอบ CARF ที่ OECD กำหนด โดยมีผลบังคับใช้ในปี 2025 นโยบายนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักลงทุนคริปโตทุกคน
CARF คืออะไรและส่งผลอย่างไร?
กรอบการรายงานสินทรัพย์คริปโต (Crypto-Asset Reporting Framework หรือ CARF) เป็นมาตรฐานใหม่ที่ OECD กำหนดขึ้นเพื่อให้ประเทศสมาสมาชิกสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีได้ โดยจะเริ่มบังคับใช้ในปี 2025
มาตรการนี้จะบังคับให้แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตและผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล (Exchange, Wallet) รายงานข้อมูลลูกค้าให้กับหน่วยงานภาษีของประเทศตน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกแบ่งปันระหว่างประเทศสมาสมาชิก OECD ผ่านระบบ CARF
ข้อมูลที่ต้องรายงานรวมถึง:
- ข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งาน
- ที่อยู่กระเป๋าเงิน
- จำนวนและประเภทคริปโตที่ถือครอง
- ประวัติการทำธุรกรรม
ผลกระทบต่อนักลงทุนคริปโต
มาตรการนี้หมายความว่า IRS จะสามารถติดตามธุรกรรมคริปโตของคุณได้แม้จะอยู่ต่างประเทศ นักวิเคราะห์จาก BTCC มองว่า "นี่คือฝันร้ายของนักลงทุนคริปโต" เพราะจะทำให้การซ่อนทรัพย์สินผ่านคริปโตทำได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่านี่เป็นขั้นตอนสำคัญในการทำให้ตลาดคริปโตมีความโปร่งใสมากขึ้น และช่วยป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี
เตรียมตัวอย่างไร?
นักลงทุนควร:
- จัดทำบันทึกรายการคริปโตทั้งหมดที่ถือครอง
- ศึกษาแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของประเทศตน
- ปรึกษาาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศ
มาตรการนี้คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028 สำหรับประเทศสมาชิก OECD ทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย
CARF จะเริ่มเมื่อไหร่?
กรอบ CARF จะเริ่มบังคับใช้ในปี 2025 และคาดว่าจะมีผลเต็มรูปแบบในปี 2028
ข้อมูลอะไรบ้างที่ต้องรายงาน?
ข้อมูลที่ต้องรายงานรวมถึงข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งาน, ที่อยู่กระเป๋าเงิน, จำนวนและประเภทคริปโตที่ถือครอง, และประวัติการทำธุรกรรม
จะตรวจสอบได้อย่างไรว่าว่าต้องรายงานหรือไม่?
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือตรวจสอบกับหน่วยงานสรรพากรในประเทศของคุณ