พิชัย เผยเบื้องลึกก่อนบินเจรจาภาษีสหรัฐฯ เปิดโพยค่าจ้างล็อบบี้ยิสต์หมื่นล้าน ยันโปร่งใสตรวจสอบได้
- ทำไมไทยต้องจ้างล็อบบี้ยิสต์ราคาแพงเพื่อเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ?
- กลไกการทำงานของทีมเจรจาไทยเป็นอย่างไร?
- ความโปร่งใสในการจ้างที่ปรึกษามีการตรวจสอบอย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ
รองนายกฯ พิชัย ชุณหวชิร เปิดเผยกลยุทธ์การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ที่ต้องใช้ทีมงานระดับเทพและงบประมาณมหาศาลเพื่อปกป้องผลประโยชน์ไทย พร้อมย้ำทุกขั้นตอนโปร่งใสตามกฎหมาย FARA ของอเมริกา
ทำไมไทยต้องจ้างล็อบบี้ยิสต์ราคาแพงเพื่อเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ?
การเจรจาภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ถือเป็นเกมการค้าที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง อธิบายว่า สถานการณ์นี้แตกต่างจากการเจรจาธรรมดาทั่วไป เพราะฝ่ายสหรัฐฯ มีทีมเจรจาหลายระดับจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ (U.S. Department of Commerce), สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) และกระทรวงการคลังสหรัฐ (Secretary of the Treasury) ซึ่งแต่ละฝ่ายมีแนวทางและนโยบายที่แตกต่างกัน
การจ้างทีมที่ปรึกษาหรือล็อบบี้ยิสต์ระดับสูงจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพราะพวกเขามีเครือข่ายและความเข้าใจระบบการเมืองอเมริกันอย่างลึกซึ้ง อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาในสหรัฐฯ สำหรับกรณีพิเศษเช่นนี้สามารถพุ่งสูงถึง 300,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 10 ล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าการจ้างทั่วไปที่อยู่ระหว่าง 20,000-300,000 ดอลลาร์ต่อเดือน
กลไกการทำงานของทีมเจรจาไทยเป็นอย่างไร?
รัฐบาลไทยได้จัดตั้งทีมเจรจาคู่ขนานสองส่วนหลักคือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้ ทีมงานจะทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดภายใต้การกำกับของนายพิชัยในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาระดับนโยบาย
กลยุทธ์สำคัญคือการสร้างความเข้าใจร่วมกันกับฝ่ายสหรัฐฯ ในทุกมิติ ทั้งด้านเทคนิคของภาษี นโยบายการค้า และผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยทีมที่ปรึกษาชาวอเมริกันจะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจนี้ และช่วยให้ไทยสามารถเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความโปร่งใสในการจ้างที่ปรึกษามีการตรวจสอบอย่างไร?
นายพิชัยยืนยันว่าทุกขั้นตอนการจ้างที่ปรึกษาเป็นไปตามกฎหมาย FARA (Foreign Agents Registration Act) ของสหรัฐอเมริกาอย่างเคร่งครัด กฎหมายนี้กำหนดให้ทุกสัญญาว่าจ้างที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศต้องเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
"เราไม่ได้ทำอะไรลับๆ ซ่อนๆ ทุกอย่างตรวจสอบได้ตามกฎหมาย" รองนายกฯ พิชัยกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเน้นย้ำว่าการลงทุนกับทีมที่ปรึกษาระดับสูงนี้คุ้มค่าเมื่อเทียบกับมูลค่าการส่งออกของไทยที่อาจได้รับผลกระทบหากเจรจาไม่สำเร็จ ซึ่งสูงถึงแสนล้านบาทต่อปี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ
ทำไมไทยต้องเสียเงินจ้างที่ปรึกษาแพงขนาดนี้?
เพราะการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ในครั้งนี้มีความซับซ้อนสูงและกระทบต่อมูลค่าการส่งออกมหาศาล ทีมที่ปรึกษาระดับสูงมีความสัมพันธ์เชิงนโยบายและเข้าใจระบบการเมืองอเมริกัน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการเจรจา
จะตรวจสอบความโปร่งใสของการจ้างที่ปรึกษาได้ที่ไหน?
สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตามกฎหมาย FARA ที่กำหนดให้ต้องเปิดเผยสัญญาทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ
หากไม่จ้างที่ปรึกษาจะเกิดอะไรขึ้น?
ไทยอาจเสียเปรียบในการเจรจาเพราะขาดความเข้าใจระบบการเมืองอเมริกันอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้การส่งออกสะดุดและภาคเกษตรกรกับผู้ประกอบการได้รับผลกระทบหนัก