Microsoft (MSFT) การปลดพนักงานสะท้อนเทรนด์ใหญ่แห่งยุค AI
มีรายงานว่า Microsoft (MSFT) จะตัดตำแหน่งงานหลายพันตำแหน่งในเร็วๆ นี้ เนื่องจากบริษัทต้องการลดทีมฝ่ายขายลง ขณะเดียวกันก็กำลังเร่งลงทุนกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถรับหน้าที่บางส่วนของมนุษย์แทนได้ โดยในปีนี้ Microsoft ใช้งบประมาณสูงถึง 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาด้าน AI
ลงทุนอย่างมั่นใจเริ่มต้นที่นี่:
- วิเคราะห์ประสิทธิภาพบริษัทอย่างง่ายดายด้วย KPI Data จาก TipRanks เพื่อการตัดสินใจลงทุนอย่างชาญฉลาด
- รับหุ้น undervalued ที่ทนต่อความผันผวนของตลาด ส่งตรงถึงอีเมลของคุณผ่าน Smart Value Newsletter โดย TipRanks
ด้วยการลงทุนมหาศาลใน AI Microsoft จำเป็นต้องแสดงให้นักลงทุนเห็นว่าการใช้จ่ายดังกล่าวคุ้มค่า นอกจากใช้ศูนย์ข้อมูลรองรับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นแล้ว การนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานก็เป็นอีกวิธีที่จะแสดงผลลัพธ์จากการลงทุน
การการปลดพนักงานครั้งล่าสุดของ Microsoft ไม่ใช่ครั้งแรก เมื่อเดือนที่แล้วบริษัทเพิ่งปลดพนักงาน 6,000 อัตรา หรือ 3% ของกำลังแรงงานทั้งหมด เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้คล่องตัวและเพิ่มประสิทธิภาพ
ปฏิวัติ AI กระทบกำลังแรงงาน
ไม่ใช่แค่ Microsoft ที่การปลดพนักงานโดยใช้ AI เป็นปัจจัย Andy Jassy CEO ของ Amazon (AMZN) เปิดเผยว่าบริษัทจะลดกำลังแรงงานในส่วน corporate ทั้งหมด เนื่องจาก "ได้ประสิทธิภาพเพิ่มจากการใช้ AI อย่างกว้างขวาง"
ตัวอย่างการการปลดพนักงานอื่นๆ ใน Silicon Valley ได้แก่:
- Meta Platforms (META) การปลดพนักงาน 3,600 อัตราในเดือนกุมภาพันธ์
- Alphabet (GOOGL) การปลดพนักงานหลายร้อยอัตราในเดือนเดียวกัน และมีข่าวลือว่าจะการปลดพนักงานถึง 24,000 อัตราในปี 2025
- Intel (INTC) มีแผนการปลดพนักงานมากกว่า 10,000 อัตราในปีนี้ หลังจากที่การปลดพนักงานไปแล้ว 17,500 อัตราในปี 2024
AI จะมาแทนที่งานประเภทใดต่อไป?
ไม่เพียงแต่แรงงานใน Silicon Valley ที่ได้รับผลกระทบจาก AI รายงานจาก McKinsey Global Institute ชี้ให้เห็นอุตสาหกรรมและบทบาทงานอื่นๆ ที่จะถูก disrupt โดย AI ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยคาดว่า:
- ตำแหน่งสนับสนุนจะลดลง 18% ภายในปี 2030 เทียบกับปี 2022
- ตำแหน่งฝ่ายขายลดลง 13%
- ตำแหน่งบริการอาหารลดลง 2%
- ตำแหน่งการผลิตลดลง 1%
การการปลดพนักงานด้วย AI ส่งผลต่อเรตติ้งนักวิเคราะห์หรือไม่?
หากมีผล ก็เป็นผลในทางบวกสำหรับบริษัทที่การปลดพนักงาน เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้าง พร้อมทั้งทำให้โครงสร้างองค์กรคล่องตัวขึ้น สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดและเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น
ในบรรดาบริษัทที่กล่าวมาข้างต้น ทุกบริษัทยกเว้น Intel ได้รับเรตติ้ง Strong Buy จากนักวิเคราะห์ โดย Alphabet มี upside potential สูงสุดที่ 14.88% ตามมาด้วย Amazon ที่ 13.7% ส่วน INTC ตามหลังเพื่อนๆ ในวงการเทคด้วยเรตติ้ง Hold และมี downside potential 0.88%

แปลโดย NovaMiner