ทรัมป์ใช้คนจนเป็นตัวประกัน? หยุดจ่ายแสตมป์อาหาร 42 ล้านคน รอเดโมแครตยอมเปิดรัฐบาล
ในวิกฤตการเมืองอเมริกาที่ร้อนระอุ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ถูกกล่าวหาว่าใช้มาตรการ "เอาคนจนเป็นตัวประกัน" ด้วยการระงับการจ่ายแสตมป์อาหารหรือโครงการ SNAP สำหรับผู้ยากไร้ 42 ล้านคน จนกว่าพรรคเดโมแครตจะยอมเจรจางบประมาณและเปิดรัฐบาลอีกครั้ง
วิกฤตแสตมป์อาหาร 42 ล้านชีวิต
โครงการ Supplemental Nutrition Assistance Program (SNAP) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "แสตมป์อาหาร" เป็นโครงการช่วยเหลือด้านอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีผู้รับประโยชน์สูงถึง 42 ล้านคน หรือประมาณ 12% ของประชากรทั้งหมด
จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ในปี 2025 งบประมาณสำหรับโครงการ SNAP อยู่ที่ประมาณ 127,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้รับประโยชน์เฉลี่ยจะได้รับความช่วยเหลือประมาณ 155 ดอลลาร์ต่อคนต่อเดือน
เกมการเมืองที่ประชาชนเป็นเบี้ย
วิกฤตครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณปี 2025 ได้ทันเวลา deadline วันที่ 1 ตุลาคม เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างพรรครีพับลิกันและเดโมแครตในประเด็นการใช้งบประมาณ
ทรัมป์ซึ่งเป็นผู้นำพรรครีพับลิกันประกาศว่า "เราจะไม่ยอมให้งบประมาณผ่านง่ายๆ หากเดโมแครตไม่ยอมลดงบประมาณบางส่วนที่เราเห็นว่าไม่จำเป็น" โดยเฉพาะงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้น 4.65% จากปีก่อนหน้า
ด้านพรรคเดโมแครตตอบโต้ว่า "นี่คือการเล่นเกมการเมืองที่ไร้ความรับผิดชอบ โดยใช้ชีวิตของผู้ยากไร้เป็นเครื่องมือต่อรอง" พร้อมระบุว่าว่ามีผู้รับผลกระทบจากโครงการ SNAP มากถึง 50% เป็นเด็กและผู้สูงอายุ
Shutdown ครั้งที่ยาวนานที่สุด?
นักวิเคราะห์การเมืองจาก BTCC ให้ความเห็นว่า "นี่อาจกลายเป็นช่วง Shutdown ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ หากทั้งสองฝ่ายยังไม่ยอมประนีประนอม"
จากสถิติ Shutdown ที่ผ่านมาในปี 2018-2019 ซึ่งกินเวลานาน 35 วัน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ และมีข้าราชการกว่า 800,000 คนไม่ได้รับเงินเดือน
สำหรับวิกฤตครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจกว้างขวางกว่าเดิม เนื่องจากมีโครงการสำคัญหลายโครงการที่ถูกระงับชั่วคราว ไม่เพียงแต่ SNAP เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงการประกันสุขภาพ (ACA) และโครงการช่วยเหลืออื่นๆ อีกมากมาย
แหล่งข้อมูล: Bloomberg, USDA