ดีล AI สุดอลังการ! OpenAI ลงทุน 3.8 หมื่นล้านเหรียญ ซื้อ GPU Nvidia ผ่าน Amazon AWS เพื่อยกระดับ ChatGPT
- OpenAI ซื้อ GPU Nvidia กว่าแสนตัวผ่าน AWS
- ความสัมพันธ์ระหว่าง OpenAI กับ Microsoft
- แผนการเติบโตของ OpenAI และความเป็นไปได้ในการออก IPO
OpenAI บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT ประกาศลงทุนมหาศาลกว่า 3.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) เพื่อจัดซื้อ GPU จาก Nvidia ผ่านบริการคลาวด์ของ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการ AI โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพของ ChatGPT และระบบ AI อื่นๆ ของบริษัท
OpenAI ซื้อ GPU Nvidia กว่าแสนตัวผ่าน AWS
รายงานล่าสุดเปิดเผยว่า OpenAI ได้สั่งซื้อ GPU รุ่นล่าสุดจาก Nvidia จำนวนมากถึง "หลายแสนตัว" ผ่าน Amazon Web Services (AWS) โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมสูงถึง 3.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) ซึ่งรวมถึง GPU รุ่น GB200s และ GB300s ที่จะถูกติดตั้งใน Amazon EC2 UltraServers
การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Sam Altman CEO ของ OpenAI ได้เดินทางไปพบกับผู้บริหารระดับสูงของ Amazon เพื่อเจรจาข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ โดยคาดว่า OpenAI จะใช้ GPU เหล่านี้เพื่อพัฒนาระบบ AI รุ่นใหม่ที่มีความสามารถสูงขึ้น รวมถึงลดเวลาแฝง (Latency) ของ ChatGPT ให้ตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ความสัมพันธ์ระหว่าง OpenAI กับ Microsoft
แม้ OpenAI จะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ Microsoft แต่การลงทุนครั้งนี้กลับเลือกใช้บริการของ AWS ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการกระจายความเสี่ยงทางเทคโนโลยีของ OpenAI โดยก่อนหน้านี้ Microsoft ได้ลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญใน OpenAI และให้การสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ผ่าน Azure
นอกจาก AWS แล้ว OpenAI ยังได้ทำข้อตกลงกับผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นๆ รวมถึง Microsoft, Oracle และ CoreWeave โดยมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 7 หมื่นล้านเหรียญในปีนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการทรัพยากรประมวลผลสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แผนการเติบโตของ OpenAI และความเป็นไปได้ในการออก IPO
ด้วยมูลค่าการลงทุนมหาศาลนี้ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า OpenAI อาจเตรียมตัวสำหรับการออกสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในปี 2025 โดยมีมูลค่าตลาดคาดการณ์สูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ OpenAI ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าค่าสูงที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม OpenAI ยังคงยืนยันสถานะเป็น "บริษัทเพื่อประโยชน์สาธารณะที่แสวงหาาผลกำไร" (For-profit Public Benefit Corporation) ซึ่งหมายความว่าว่าการตัดสินใจทางธุรกิจจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมด้วย โดยเฉพาะในประเด็นความปลอดภัยของ AI