แฉ “คำลวงวอลล์สตรีท”! ราคา Silver ในโตเกียวพุ่งทะลุ $130 แต่หน้าจอตะวันตกกดไว้ที่ $71
- ช่องว่างราคาที่น่าสงสัย
- ตลาดกระดาษ vs เงินแท่งจริง
- ปรากฏการณ์ Premium สูงลิ่ว
- วิกฤต Delivery Squeeze
- คำเตือนสำหรับนักลงทุน
- คำถามที่พบบ่อย
ในวันที่ 1 มกราคม 2026 เกิดปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตะลุกในวงการการเงิน เมื่อราคาเงินแท่งในตลาดโตเกียวทะลุ $130 ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดตะวันตกยังคงแสดงราคาไว้ที่ $71 เท่านั้น ช่องว่างราคาที่สูงถึงเกือบ 2 เท่านี้ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสของตลาดโลหะมีค่าโลก
ช่องว่างราคาที่น่าสงสัย
ข้อมูลจาก SilverTrade บนแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) ชี้ให้เห็นความแตกต่างของราคาเงินแท่งในตลาดต่างๆ ทั่วโลก โดยในญี่ปุ่นราคาพุ่งถึง $130 (ประมาณ 19,900 เยน) ขณะที่คูเวตอยู่ที่ $106 เกาหลีใต้ $97 แต่ตลาดหลักอย่าง COMEX ในสหรัฐฯ แสดงราคาเพียง $71 เท่านั้น
ตลาดกระดาษ vs เงินแท่งจริง
นักวิเคราะห์จาก BTCC ชี้ว่าช่องว่างราคานี้สะท้อนปัญหาความไม่สมดุลระหว่างตลาดกระดาษ (Paper Market) ที่มีการซื้อขายสัญญาเงินตรา และตลาดเงินแท่งจริง (Physical Market) ที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลน (Physical Shortage) โดยเฉพาะในเอเชียที่ความต้องการสูงมาก
ปรากฏการณ์ Premium สูงลิ่ว
ในตลาดรองอย่าง Mercari และ KPMEX ราคาเงินแท่งมีการซื้อขายในระดับ Premium สูงถึง 40-80% เมื่อเทียบกับราคาตลาดกระดาษ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในระบบราคาปัจจุบัน
วิกฤต Delivery Squeeze
นักลงทุนหลายรายเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถของ COMEX ในการส่งมอบเงินแท่งจริงตามสัญญา โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ปี 2026 ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ "Delivery Squeeze" หรือการขาดแคลนการส่งมอบ
คำเตือนสำหรับนักลงทุน
BTCC แนะนำให้นักลงทุนทำความเข้าใจธรรมชาติของตลาดสองแบบนี้ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้จากช่องว่างราคาดังกล่าว
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมราคาเงินแท่งในเอเชียถึงสูงกว่าตะวันตกมาก?
เกิดจากความต้องการที่สูงในเอเชียประกอบกับปัญหาการขาดแคลนเงินแท่งจริงในท้องตลาด ขณะที่ตลาดตะวันตกยังคงซื้อขายในรูปแบบสัญญาซึ่งอาจไม่สะท้อนอุปสงค์จริง
นักลงทุนควรปฏิบัติตัวอย่างไรในสถานการณ์นี้?
ควรศึกษาตลาดทั้งสองแบบให้เข้าใจ กระจายความเสี่ยง และพิจารณาค่า Premium ที่ต้องจ่ายเมื่อซื้อเงินแท่งจริง