BTCC / BTCC Square / InfoquestTH /
รัฐบาลเตรียมปล่อยกู้ Soft Loan 1 แสนล้านบาท ช่วยเหลือผู้ส่งออก-SME-ธุรกิจซัพพลายเชน รับมือมาตรการภาษีสหรัฐ

รัฐบาลเตรียมปล่อยกู้ Soft Loan 1 แสนล้านบาท ช่วยเหลือผู้ส่งออก-SME-ธุรกิจซัพพลายเชน รับมือมาตรการภาษีสหรัฐ

Published:
2025-05-15 04:32:26
18
1

มาตรการกู้ยืมเงินระยะสั้น (Soft Loan) มูลค่า 1 แสนล้านบาทกำลังถูกผลักดันโดยธนาคารของรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออก ผู้ประกอบการ SME และธุรกิจซัพพลายเชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ

วงเงินกู้ดังกล่าวคาดว่าจะช่วยพยุงสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศ

นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการนี้เป็น ’การปิดไฟส่องทาง’ ในขณะที่ภาคเอกชนยังต้องการการปฏิรูปโครงสร้างระยะยาวมากกว่าการช่วยเหลือชั่วคราว

นายพิชัย ชุณหวิชร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ประเมินว่า ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะทำให้เศรษฐกิจไทยสะดุดอย่างน้อย 2 ปี โดยเฉพาะภาคการส่งออก ดังนั้น กระทรวงการคลัง จึงมีนโยบายให้สถาบันการเงินของรัฐ ปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน โดยการลดเป้าหมายกำไรจากการทำธุรกิจ เพื่อจัดสรรเม็ดเงินงบประมาณมาจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการ

โดยสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่ง อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการตามนโยบายผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการสินเชื่อซอฟท์โลน วงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยธนาคารออมสิน กำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขแตกต่างจากสินเชื่อซอฟท์โลนโครงการอื่น เนื่องจากมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการชัดเจน 3 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ, ธุรกิจซัพพลายเชน และธุรกิจผู้ผลิตสินค้าที่ต้องมีการแข่งขันสูงกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ ตลอดจนผู้ประกอบการ SME ในภาพรวม

ขณะที่สถาบันการเงินของรัฐอื่น เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม และภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงออกมาตรการลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบของนโยบายภาษีสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อผู้ส่งออกและธุรกิจ SME ซัพพลายเชน อย่างมีนัยสำคัญ เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

“อยากให้แต่ละแบงก์รัฐดูตามหน้าที่ของตัวเอง ว่าแต่ละธนาคารจะเข้าไปช่วยเหลืออะไรได้บ้าง โดยในส่วนของรัฐ ก็จะมีมาตรการเสริมเข้ามาช่วยด้วย ทั้งในแง่ของงบประมาณ มาตรการ นโยบายที่จะเข้าไปเติมเต็มเศรษฐกิจ โดยนอกจากการหารือในวันนี่ ที่ต้องการเน้นในการให้ความช่วยเหลือผู้ส่งออกเป็นหลักแล้ว ก็อยากให้มองแนวทางการให้ความช่วยเหลือไปยังกลุ่ม SME ด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว” นายพิชัย กล่าว

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ในระยะต่อไป จะมีการหารือถึงผลกระทบกับกลุ่มแรงงานว่าจะสามารถรักษาตำแหน่งงานไว้ได้หรือไม่ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โดยจะเป็นการหารือในการประชุมรอบต่อไป

สำหรับที่ผ่านมา สถาบันการเงินของรัฐได้ให้ความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้จากภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูง ผ่านการดำเนินการ 2 ส่วน คือ การปรับโครงสร้างหนี้ และการซื้อหนี้ ผ่านการจัดตั้ง AMC ซึ่งได้มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว ทำให้หนี้ครัวเรือนไทยปรับลดลงมา

โดยล่าสุด หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 90% ต่อ GDP และในการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ในวันที่ 19 พ.ค. นี้ คาดว่าสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทย จะลดลงมาอยู่ที่ 86% ของ GDP เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจไทยใหญ่ขึ้น

ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนที่เป็นหนี้เสีย (NPL) อยู่ 1.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 65% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด คิดเป็น 5.4 ล้านราย เป็นหนี้เสียที่มูลหนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาท คิดเป็น 3 ล้านราย โดยในส่วนนี้ ธนาคารออมสินได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว 5.4 แสนราย และมีแผนจะแก้ไขอีก 4 แสนราย ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้แก้ปัญหาในส่วนนี้ไปแล้ว 2.5 แสนราย และมีแผนจะทำเพิ่มอีก 7 หมื่นราย ซึ่งจะช่วยทำให้หนี้เสียในส่วนนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจำนวนวงเงินจะลดลงไม่มาก คิดเป็น 10% ของ NPL

“สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป คือ การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นหนี้เสีย (NPL) โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายย่อย ที่ผ่านมา สถาบันการเงินก็ได้มีการเข้าไปคุยเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ยก และลดหนี้ให้” รองนายกฯ และรมว.คลังระบุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 68)

Tags: พิชัย ชุณหวิชร, สินเชื่อซอฟท์โลน, หนี้ครัวเรือน

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.