BTCC / BTCC Square / InfoquestTH /
NEO เร่งเครื่องเพิ่มกำลังผลิตพร้อมพุ่งเป้าช่องทางออนไลน์ หลังยอดขาย Q1/68 พุ่งทุก Segment การส่งออกฟื้นตัว

NEO เร่งเครื่องเพิ่มกำลังผลิตพร้อมพุ่งเป้าช่องทางออนไลน์ หลังยอดขาย Q1/68 พุ่งทุก Segment การส่งออกฟื้นตัว

Published:
2025-05-15 03:04:16
19
2

NEO ประกาศเดินหน้าสร้างความได้เปรียบด้วยการขยายกำลังผลิตและบุกตลาดออนไลน์อย่างเต็มกำลัง หลังผลประกอบการ Q1/68 สร้างความฮือฮาด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดดทุก Segment—แม้แต่ตลาดส่งออกที่เคยซบเซาก็เริ่มฟื้นตัว

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าแม้ตัวเลขจะดูดี แต่การลงทุนเพิ่มกำลังผลิตในภาวะที่ตลาดผันผวนอาจเป็น ’เกมเสี่ยง’ ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด—เพราะในวงการคริปโต แม้แต่โครงการที่ดูมั่นคงที่สุดก็อาจกลายเป็นเหยื่อของความผันผวนได้ภายในพริบตา

นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.นีโอ คอร์ปอเรท [NEO] กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจครึ่งหลังของปี 68 บริษัทวางแผนเดินหน้าขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยได้ลงทุนขยายโรงงานและการผลิตแบบแบ่งเป็นเฟส สอดคล้องกับแผนการเติบโตที่วางไว้ เพื่อเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงและลดภาระทางการเงินจากการลงทุนขนาดใหญ่ในคราวเดียว โดยจัดสรรค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) ในปี 68 ไว้ที่ 2,300-2,500 ล้านบาท ประกอบด้วยการก่อสร้างอาคารและโรงงานสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ซึ่งแล้วเสร็จไปเมื่อวันที่ 20 มี.ค.68 เตรียมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายในปีนี้ และการก่อสร้างโรงงานสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน เฟสหนึ่ง ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 14 ก.พ.68 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ย.69 ตามด้วยเฟสสองที่จะแล้วเสร็จในเดือนเม.ย.71

บริษัทยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านช่องทาง e-commerce ซึ่งมีการเติบโตถึง 33% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงและตอบสนองต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มจำนวน live streaming และการส่งเสริม Affiliate Marketing เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กลงเพื่อตอบสนองต่อสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น เช่น Fineline น้ำยาซักผ้า ขนาด 140 มล. และน้ำยาปรับผ้านุ่ม ขนาด 150 มล. ซองเล็กราคาเริ่มต้น 20 บาท ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

“ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความท้าทาย เรายังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มของตลาดสินค้า FMCG ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนในปี 2568 และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ NEO ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค เรามั่นใจว่าจะสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความแข็งแกร่งของแบรนด์ และการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างครอบคลุมทุกกลุ่มและทุกมิติ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตในระยะยาว” นายสุทธิเดช กล่าว

นายสุทธิเดช กล่าวว่า ไตรมาส 1/68 บริษัทยังคงสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยก็ตาม โดยยอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักเติบโตได้ดีจากปีก่อนหน้า ซึ่งประเมินแล้วว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด FMCG เป็นผลมาจากการที่เราดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันสินค้าพรีเมียมแมสที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด ประกอบกับกลยุทธ์ Segment Creator ที่เป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาสร้างสีสันและเติมเต็มช่องว่างความต้องการในตลาดอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ยอดขายจากต่างประเทศเองก็เริ่มฟื้นตัวจากการปรับปรุงและขยายช่องทางการขายตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นต้นมา ทั้งหมดนี้ช่วยให้เราสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ความท้าทายสำคัญในช่วงต้นปีคือราคาต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นตามต้องความการของตลาดในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเราได้ดำเนินการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และบริหารวัตถุดิบอย่างรอบคอบ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในทุกส่วน ส่งผลให้ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ไม่สูงเท่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ อีกทั้งยังสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ในกรอบ 41-43% และอัตรากำไรสุทธิในกรอบ 8-10% ได้อย่างมั่นคง

ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2568 ยอดขายรวมเติบโตในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็ก ซึ่งเติบโตจากปีก่อนหน้า 6.0% 5.7% และ 2.1% ตามลำดับ การเติบโตของยอดขายส่วนใหญ่มาจากผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้า และผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มภายใต้แบรนด์ Fineline ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ และครีมบำรุงผิว ภายใต้แบรนด์ BeNice ซึ่งนับเป็นความสำเร็จจากการเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวภายใต้แบรนด์ BeNice ตั้งแต่ไตรมาส 2/67 เป็นต้นมา ในขณะที่ D-nee มีการเติบโตในทิศทางที่ดี ส่วนหนึ่งจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ D-nee deluxe ตามกลยุทธ์ Segment Creator เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

นอกจากนี้ ยอดขายสินค้าพรีเมียมแมสเติบโตถึง 34% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วน 5% ของยอดขายรวม เป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันสินค้าพรีเมียมสำหรับกลุ่ม Silver Age ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด ในขณะเดียวกัน ยอดขายจากต่างประเทศสามารถฟื้นตัวเติบโต 10.3% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการขยายแบรนด์สินค้า และเพิ่ม SKU ใหม่ๆ เข้าไปในประเทศส่งออกหลัก รวมทั้งปรับปรุงและขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีประสิทธิภาพและครอบคุลมพื้นที่มากขึ้น

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ NEO ในต้นเดือนที่ผ่านมาคือการเปิดตัวแบรนด์ “LovliTails” ซึ่งถือเป็นแบรนด์ใหม่ของบริษัทในรอบ 15 ปี และการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นครั้งแรก เน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ ซึ่งกลยุทธ์การตลาดจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่าน Influencer และ KOL ซึ่งเป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวจริงที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างแบรนด์ให้เป็นผู้นำในตลาดพรีเมียม และพรีเมียมแมส ภายใน 3 ปี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 68)

Tags: NEO, นีโอ คอร์ปอเรท, สุทธิเดช ถกลศรี, หุ้นไทย

|Square

ดาวน์โหลดแอป BTCC เพื่อเริ่มต้นเส้นทางคริปโตของคุณ

สมัครเลยวันนี้ สแกน เพื่อเข้าร่วมชุมชนที่มีผู้ใช้ กว่า 100 ล้านคน

Sorumluluk Reddi: Bu platformda yeniden yayınlanan tüm makaleler, kamu ağlarından kaynaklanmaktadır ve yalnızca sektör bilgilerini yayma amacı taşımaktadır. BTCC'nin herhangi bir resmi tutumunu temsil etmez. Tüm fikri mülkiyet hakları asıl yazarlarına aittir. Herhangi bir içeriğin haklarınızı ihlal ettiğine veya telif hakkı ihlali şüphesi olduğuna inanıyorsanız, lütfen [email protected] adresi üzerinden bizimle iletişime geçin. Konuyu derhal ve ilgili yasalara uygun olarak ele alacağız.