‘ชาติศิริ-กอบศักดิ์’ เผยโฉมเศรษฐกิจไทยปี 2568 : ท้าทาย-โอกาส และกลยุทธ์ธุรกิจแบงก์ในยุคผันผวน
- เศรษฐกิจไทยปี 2568 : สัญญาณฟื้นตัวหรือวิกฤตซ้อนวิกฤต?
- กลยุทธ์ธนาคารกรุงเทพ : สู้วิกฤตด้วย 2 ขาเดิน
- เพอร์มาตา : ฮีโร่แห่งการเติบโตในตลาดอินโดนีเซีย
- ความท้าทายด้านสินเชื่อและ NPL : ภูเขาน้ำแข็งที่ต้องจับตา
- อนาคตธุรกิจแบงก์ไทย : โอกาสท่ามกลางความท้าทาย
- คำถามที่พบบ่อย
ในยุคที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับพายุแห่งความไม่แน่นอน ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ การเมืองที่ร้อนแรง สงครามการค้า และวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ทิศทางของธนาคารไทยจะเดินหน้าอย่างไร? บทวิเคราะห์เชิงลึกจาก 2 ตัวแทนผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงเทพ "ชาติศิริ โสภณพนิช" และ "ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ที่มาเปิดมุมมองต่อเศรษฐกิจไทย กลยุทธ์ธุรกิจแบงก์ในยุคโควิด-19 และโอกาสการขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย พร้อมเผยเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อและความท้าทายด้าน NPL ที่ต้องจับตา
เศรษฐกิจไทยปี 2568 : สัญญาณฟื้นตัวหรือวิกฤตซ้อนวิกฤต?
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจไทยในปี 2568 เหลือเพียง 2% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 3% เนื่องจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งปัญหาการส่งออกที่อาจซบเซาในครึ่งปีหลัง ผลจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัว 2-3% จากเดิมที่เคยเติบโต 20% รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ส่งผลให้นักลงทุนชะลอการตัดสินใจ
"สถานการณ์ปัจจุบันคล้ายกับการเดินเรือในทะเลที่มีทั้งคลื่นลมและอุปสรรค" ดร.กอบศักดิ์เปรียบเทียบ "โจทย์สำคัญคือการช่วยให้ลูกค้าธุรกิจสามารถประคับประคองตัวเองผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจแบบ Sunset Industry ที่เริ่มเห็นสัญญาณโรงงานปิดตัวลง"
กลยุทธ์ธนาคารกรุงเทพ : สู้วิกฤตด้วย 2 ขาเดิน
ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เผยถึงแผนธุรกิจปี 2568 ว่า ธนาคารยังคงยืนยันเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อที่ 3-4% แม้จะท้าทายมากขึ้น โดยมีตัวขับเคลื่อนหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่และต่างประเทศ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยอาจเติบโตชะลอตัวลง
ธนาคารได้เตรียมกลยุทธ์สำคัญ 2 ด้าน คือ:
- การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- การขยายธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียผ่านธนาคารเพอร์มาตา
"เหมือนเรามีเรือสองลำที่แล่นไปด้วยกัน" ชาติศิริอธิบาย "เมื่อเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว เรายังมีธุรกิจต่างประเทศที่เติบโตดีมาช่วยพยุงผลประกอบการ"
เพอร์มาตา : ฮีโร่แห่งการเติบโตในตลาดอินโดนีเซีย
ความสำเร็จของธนาคารเพอร์มาตาในอินโดนีเซียถือเป็นจุดสว่างสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิปี 2567 เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อนหน้า และมีสัดส่วนสินเชื่อถึง 12% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคารกรุงเทพ ปัจจุบันเพอร์มาตาติดอันดับ 10 ธนาคารใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย และเป็น 1 ใน 4 ธนาคารชั้นนำของประเทศ
ชาติศิริมองว่า อินโดนีเซียมีศักยภาพเติบโตสูงจากนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล โดยคาดว่า GDP จะขยายตัว 4.7-5% หรือเกือบสองเท่าของไทย "เหมือนเราปลูกต้นไม้ที่กำลังจะออกดอกผล" เขากล่าวถึงโอกาสในอีก 20-30 ปีข้างหน้า
ความท้าทายด้านสินเชื่อและ NPL : ภูเขาน้ำแข็งที่ต้องจับตา
ทั้งสองผู้บริหารยอมรับว่า ความกังวลด้านคุณภาพสินเชื่อและ NPL เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติชัดเจน แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ
"เหมือนขับรถในหมอกหนา" ชาติศิริเปรียบเทียบ "เราต้องคอยสังเกตสัญญาณและพร้อมปรับตัวตลอดเวลา"
อนาคตธุรกิจแบงก์ไทย : โอกาสท่ามกลางความท้าทาย
ดร.กอบศักดิ์สรุปท้ายว่า แม้เศรษฐกิจไทยปี 2568 จะเผชิญความท้าทายหลายด้าน แต่ยังมีโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและความได้เปรียบด้านเสถียรภาพเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
"เหมือนวิ่งมาราธอนที่ต้องมีทั้งความอดทนและกลยุทธ์" เขากล่าว "ธนาคารกรุงเทพพร้อมจะเป็นเพื่อนคู่คิดของลูกค้าทุกธุรกิจในการฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้"
คำถามที่พบบ่อย
ธนาคารกรุงเทพมีกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างไร?
ธนาคารกรุงเทพใช้กลยุทธ์ 2 ขาคือ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีภายในประเทศควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียผ่านธนาคารเพอร์มาตา ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง
ธนาคารเพอร์มาตามีบทบาทอย่างไรต่อธนาคารกรุงเทพ?
ธนาคารเพอร์มาตาซึ่งเป็นบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย มีสัดส่วนสินเชื่อประมาณ 12% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดของธนาคารกรุงเทพ และสามารถสร้างกำไรสุทธิปี 2567 ได้ 8,000 ล้านบาท เติบโต 38% จากปีก่อนหน้า
ธนาคารกรุงเทพมองโอกาสในตลาดอินโดนีเซียอย่างไร?
ผู้บริหารมองว่าตลาดอินโดนีเซียมีศักยภาพเติบโตสูงจากนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล โดยคาดว่า GDP จะขยายตัว 4.7-5% หรือเกือบสองเท่าของไทย และเป็นโอกาสการเติบโตในอีก 20-30 ปีข้างหน้า
ธนาคารกรุงเทพมีเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อปี 2568 เท่าไร?
ธนาคารยังคงเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อโดยรวมอยู่ที่ 3-4% โดยมีตัวขับเคลื่อนหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่และต่างประเทศ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยอาจเติบโตชะลอตัวลง
ธนาคารกรุงเทพมีความกังวลเรื่อง NPL มากน้อยเพียงใด?
ผู้บริหารยอมรับว่า NPL เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติชัดเจน แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ