เทรดเดอร์สูญเสีย 300 ล้านดอลลาร์ใน 4 ชั่วโมง หลังบิทคอยน์-อีเธอเรียมร่วงหนัก
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในวันนี้ หลังราคาบิทคอยน์ (BTC) และอีเธอเรียม (ETH) ร่วงหนัก ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidation) มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมงบนหลายๆ Exchange เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับเทรดเดอร์ โดยเฉพาะผู้ที่เปิดพอร์ต Long ด้วย Leverage สูง
ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ตทั้งหมด 471.66 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้ 300 ล้านดอลลาร์เกิดขึ้นภายใน 4 ชั่วโมงสุดท้าย เป็นการล้างพอร์ต Long ถึง 286 ล้านดอลลาร์ และ Short ประมาณ 14.75 ล้านดอลลาร์

ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าการล้างพอร์ตส่วนใหญ่เป็นพอร์ต Long ที่ใช้ Leverage สูง ซึ่งหมายความว่าเทรดเดอร์กำลังเดิมพันว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อราคาร่วงลง พอร์ต Long เหล่านี้ถูกปิดอัตโนมัติโดย Exchange ผ่าน Stop-Loss (SL) หรือถูก Liquidate ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ Domino Effect ที่เร่งให้ตลาดตกต่ำลงไปอีก
ในช่วง 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา พอร์ต Long อีเธอเรียมเป็นส่วนสำคัญของความเสียหาย ซึ่งปกติแล้วบิทคอยน์จะเป็นฝ่ายนำ การเทขายครั้งนี้เริ่มขึ้นในช่วงเวลาเที่ยงของสหรัฐฯ (ตามเวลาในไทยคือเที่ยงคืน) โดยบิทคอยน์ร่วงลงไปที่ 102,400 ดอลลาร์บน Exchange หลัก ส่วนอีเธอเรียมร่วงหนักกว่า 4% มาอยู่ที่ 2,380 ดอลลาร์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
นักวิเคราะห์ตลาดชี้ให้เห็นว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความผันผวนครั้งนี้ รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจมหภาค มีรายงานว่าความตื่นตระหนกในตอนแรกถูกกระตุ้นโดยการขู่ขึ้นภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแส "Risk-Off" ในตลาดการเงินทั่วโลก และคริปโตได้รับผลกระทบอย่างหนัก
แม้ว่าผู้เล่นในตลาดบางส่วนจะแสดงความกังวลต่ออนาคตอันใกล้ แต่บางส่วนมองว่านี่คือการปรับตัวที่จำเป็นของตลาด (Deleveraging) ซึ่งอาจปูทางไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการล้างพอร์ตในครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเสี่ยงของการเทรดด้วย Leverage ในตลาดคริปโตที่มีความผันผวนสูง ซึ่งเทรดเดอร์อาจสูญเสียเงินจำนวนมหาศาล
อ่านเพิ่มเติม: 3 สาเหตุหลักที่อีเธอเรียมร่วงวันนี้
