SBF ขอ Trump อภัยโทษจากในคุก พ่อแม่ขึ้น CNN เรียกลูกว่า ‘เหยื่อ’ คนไทยที่เสียเงินบน FTX ควรโกรธ
- พ่อแม่ SBF เรียกลูกว่า "เหยื่อ" ขณะขอ Trump อภัยโทษ
- SBF กับ Trump: ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
- ความโกรธแค้นของนักลงทุนไทย
- FTX Recovery Trust กับเงินคืนนักลงทุน
- บทเรียนสำหรับนักลงทุนคริปโต
- อนาคตของ SBF และ FTX
Sam Bankman-Fried (SBF) อดีต CEO ของ FTX ซึ่งปัจจุบันถูกตัดสินจำคุก 25 ปี กำลังขอให้ Donald Trump อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้อภัยโทษแก่เขา ขณะที่พ่อแม่ของ SBF ออกมาให้สัมภาษณ์ทาง CNN โดยเรียกลูกชายว่า "เหยื่อ" เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับนักลงทุนไทยจำนวนมากที่สูญเสียเงินจากการล่มสลายของ FTX ในปี 2022
พ่อแม่ SBF เรียกลูกว่า "เหยื่อ" ขณะขอ Trump อภัยโทษ
Joseph Bankman และ Barbara Fried พ่อแม่ของ SBF ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ CNN โดยกล่าวว่า SBF เป็น "เหยื่อ" ของสถานการณ์ และกำลังขอให้ Donald Trump ซึ่งมีโอกาสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2026 ให้อภัยโทษแก่เขา
ทั้งคู่เป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่ Stanford University และกล่าวว่า "Sam เป็นคนดีที่ตกเป็นเหยื่อของระบบ" พวกเขายังกล่าวหาว่าการพิจารณาคดีของ SBF ไม่เป็นธรรม
SBF กับ Trump: ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
แม้ SBF จะบริจาคเงินจำนวนมากให้กับพรรคเดโมแครต แต่เขาก็มีความสัมพันธ์กับ Trump อย่างน่าสนใจ ในปี 2022 มีรายงานว่า SBF บริจาคเงินให้กับทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ
ขณะนี้ SBF ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี จากคดีฉ้อโกงและฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการล่มสลายของ FTX ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลก รวมถึงไทย จำนวนมากสูญเสียเงิน
ความโกรธแค้นของนักลงทุนไทย
นักลงทุนไทยจำนวนมากที่สูญเสียเงินจาก FTX รู้สึกโกรธแค้นกับการเรียกร้องของพ่อแม่ SBF "มันน่าขันที่พวกเขาเรียกเขาว่าเหยื่อ ในเมื่อเราเป็นผู้สูญเสียจริงๆ" นักลงทุนรายหนึ่งกล่าว
จากการประมาณการ มีนักลงทุนไทยมากกว่า 10,000 รายที่ได้รับผลกระทบจากการล่มสลายของ FTX โดยบางรายสูญเสียเงินหลายล้านบาท
FTX Recovery Trust กับเงินคืนนักลงทุน
FTX Recovery Trust กำลังดำเนินการคืนเงินให้กับนักลงทุน โดยคาดว่าจะสามารถคืนเงินได้ประมาณ 60% ของจำนวนที่สูญเสีย กระบวนการนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2026
สำหรับนักลงทุนไทย กระบวนการเรียกร้องเงินคืนค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากต้องดำเนินการผ่านระบบกฎหมายต่างประเทศ
บทเรียนสำหรับนักลงทุนคริปโต
กรณี FTX เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนคริปโต โดยเฉพาะในเรื่องการเก็บเงินคริปโตไว้ในกระเป๋าเงินส่วนตัว (self-custody) แทนที่จะฝากไว้ในแลกเปลี่ยน
"เราเรียนรู้จากความผิดพลาดนี้ว่าไม่ควรไว้ใจแลกเปลี่ยนใดๆ มากเกินไป" นักวิเคราะห์จาก BTCC กล่าว
อนาคตของ SBF และ FTX
ขณะนี้ SBF กำลังอุทธรณ์คำตัดสินของศาล ขณะที่ FTX ภายใต้การบริหารงานใหม่กำลังพยายามฟื้นฟูภาพลักษณ์และคืนเงินให้กับนักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจใช้เวลานานกว่าจะแก้ไขได้ทั้งหมด โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่ออุตสาหกรรมคริปโตโดยรวม