เดนมาร์กวางแผนลับระเบิดรันเวย์กรีนแลนด์ปี 2026 เพื่อสกัดกั้นสหรัฐฯ บุกยึดครอง
- แผนการลับของเดนมาร์ก
- ความตึงเครียดระหว่าง NATO กับสหรัฐฯ
- ความสำคัญของกรีนแลนด์
- ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
- คำถามที่พบบ่อย
รายงานล่าสุดในปี 2026 เปิดเผยว่าเดนมาร์กมีแผนลับที่จะทำลายรันเวย์ในกรีนแลนด์ เพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ เข้ายึดครองพื้นที่ทางยุทธศาสตร์นี้ แหล่งข่าวระบุว่าการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่าง NATO กับสหรัฐฯ ในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์
แผนการลับของเดนมาร์ก
รายงานจาก The Kobeissi Letter และ New York Times เปิดเผยว่าเดนมาร์กเตรียมแผนทำลายรันเวย์ในกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นฐานทัพสำคัญของ NATO แผนนี้ถูกจัดทำขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีไม่พอใจต่อ NATO และอาจมีแผนยึดครองกรีนแลนด์เพื่อผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์
ความตึงเครียดระหว่าง NATO กับสหรัฐฯ
ความสัมพันธ์ระหว่าง NATO กับสหรัฐฯ เข้าสู่ช่วงตึงเครียดนับตั้งแต่ปี 2025 เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง แหล่งข่าวระบุว่าทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อประเทศสมาชิก NATO ที่ไม่เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศตามที่สหรัฐฯ ต้องการ
ความสำคัญของกรีนแลนด์
กรีนแลนด์มีค่าทางยุทธศาสตร์เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันด้านทรัพยากรและเส้นทางเดินเรือเพิ่มขึ้นในปี 2026 ฐานทัพ Thule ในกรีนแลนด์เป็นหนึ่งในฐานทัพสำคัญที่สุดของ NATO ในภูมิภาคอาร์กติก
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ผู้นำเดนมาร์กอย่าง Mette Frederiksen ยังไม่ให้ความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายงานนี้ แต่แหล่งข่าวภายในระบุว่าแผนการนี้เป็นมาตรการป้องกันสุดท้ายหากสหรัฐฯ พยายามยึดครองกรีนแลนด์โดยไม่ได้รับอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมเดนมาร์กถึงต้องการระเบิดรันเวย์ในกรีนแลนด์?
เดนมาร์กมองว่าการทำลายรันเวย์เป็นมาตรการป้องกันสุดท้ายเพื่อหยุดยั้งไม่ให้สหรัฐฯ ใช้กรีนแลนด์เป็นฐานทัพทางยุทธศาสตร์หากเกิดความขัดแย้งระหว่าง NATO กับสหรัฐฯ
แผนการนี้เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีทรัมป์อย่างไร?
ทรัมป์แสดงท่าทีไม่พอใจต่อ NATO มาโดยตลอด และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินนโยบายที่เน้นผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นหลัก แผนการของเดนมาร์กจึงเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ทรัมป์อาจสั่งการยึดครองกรีนแลนด์
กรีนแลนด์มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างไร?
กรีนแลนด์ตั้งอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ใกล้ขั้วโลกเหนือ ซึ่งกำลังกลายเป็นพื้นที่แข่งขันด้านทรัพยากรและเส้นทางเดินเรือระหว่างมหาอำนาจในปี 2026