Bitcoin สะเทือน! ธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศยุติการสนับสนุนตลาดหุ้น เ เตรียมเทขาย ETF มูลค่าแสนล้านบาท
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศยุติมาตรการสนับสนุนตลาดหุ้นอย่างเป็นทางการ พร้อมเตรียมขาย ETF ที่ถือครองอยู่มูลค่าค่ากว่า 2.5 ล้านล้านเยน (ประมาณ 118,000 ล้านบาท) ส่งผลให้ราราคาบิทคอยน์ปรับตัวลดลงกว่า 3% ในวันนี้ (20 กันยายน 2025) นักวิเคราะห์มองว่าว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกอย่างมีนัยสำคัญ
BOJ ประกาศยุติ "นโยบายการเงินผ่อนคลายสุดขั้ว"
ธนาคารกลางญี่ปุ่นได้ประกาศยุติ "นโยบายการเงินผ่อนคลายสุดขั้ว" (Ultra-loose Monetary Policy) ที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2010 โดยจะเริ่มทยอยขาย ETF ที่ถือครองอยู่ประมาณ 3.3 ล้านล้านเยน (2.2 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ คาดว่าจะขายจนหมดภายใน 2-3 ปีข้างหน้า
นายคาซูโอะ อูเอดะ ผู้ว่าว่าการ BOJ ระบุว่า "ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปรับนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน" พร้อมเสริมว่า "เราจะดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดการเงิน"
การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ดัชนี Nikkei ปรับตัวลดลง 1% ในวันนี้ ขณะที่อัตราาผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 1.64% สูงสุดในรอบหลายปี
ผลกระทบต่อราราคาบิทคอยน์
ราคาบิทคอยน์ตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวด้วยการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว จากระดับ 118,000 บาท ลดลงมามาอยู่ที่ 115,000 บาท (ลดลงประมาณ 3%) ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังการประกาศ
นักวิเคราะห์จาก BTCC ให้ความเห็นว่า "การตัดสินใจของ BOJ สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี" พร้อมเสริมว่า "ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาดการเงินโลก และการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้จะส่งผลกระทบในวงกว้าง"
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมีอัตราส่วนหนี้สินต่อ GDP สูงถึง 240% ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ BOJ ต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินหลังจากยึดมั่นในมาตรการผ่อนคลายมาตลอด 15 ปี
คำถามที่พบบ่อย
ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขาย ETF ทันทีหรือไม่?
BOJ จะทยอยขาย ETF ที่ถือครองอยู่ประมาณ 3.3 ล้านล้านเยนภายใน 2-3 ปีนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดหุ้นมากเกินไป
การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อตลาดคริปโตอย่างไร?
ในระยะสั้นอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดคริปโตเนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อความไม่แน่นอน แต่ในระยะยาวอาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าเข้าซื้อในราราคาที่ถูกลง
ควรปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างไร?
นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงและกระจายพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม เนื่องจากตลาดการเงินโลกอาจเผชิญความผันผวนเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า