เกาหลีใต้สั่งระงับบริการกู้ยืมคริปโต หลังผู้ใช้นับพันถูกบังคับล้างพอร์ต
ทางการเกาหลีใต้ได้ออกมาตรการเข้มงวดกับบริการกู้ยืมคริปโตเคอร์เรนซี หลังพบผู้ใช้บริการหลายพันรายถูกบังคับให้ล้างพอร์ตจากการลดลงของราคาสินทรัพย์ดิจิทัล
เกาหลีใต้สั่งระงับบริการกู้ยืมคริปโต
คณะกรรมการบริการทางการเงินเกาหลีใต้ (FSC) ได้ประกาศระงับบริการกู้ยืมคริปโตเคอร์เรนซีทั้งหมดในประเทศ หลังพบผู้ใช้บริการมากกว่า 27,600 รายถูกบังคับให้ล้างพอร์ต (forced liquidation) จากความผันผวนของตลาด
มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ทันที และส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มคริปโตทั้งหมดในเกาหลีใต้ โดย FSC ระบุว่ามาตรการนี้จำเป็นเพื่อปกป้องนักลงทุนรายย่อยจากการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อเก็งกำไร
ผลกระทบต่อผู้ใช้บริการ
จากข้อมูลของ FSC พบว่าว่ามีผู้ใช้บริการถูกบังคับล้างพอร์ตแล้วกว่า 27,600 ราย ในจำนวนนี้ประมาณ 13% หรือ 3,600 ราย เป็นผู้ใช้บริการที่กู้ยืมเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล Tether (USDT) ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่ผูกค่าค่ากับดอลลาร์สหรัฐ
ผู้ใช้บริการที่ถูกบังคับล้างพอร์ตส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนรายย่อยที่กู้ยืมเงินเพื่อเก็งกำไรในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยเมื่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลลดลงอย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มจะทำการล้างพอร์ตอัตโนมัติเพื่อป้องกันความเสี่ยง
มาตรการควบคุม Crypto Lending
FSC ระบุว่าว่ามาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายควบคุมบริการทางการเงินดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้นของเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงกฎหมาย Virtual Asset User Protection Act ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2023
ก่อนหน้านี้ในปี 2020 เกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบ AML และ Travel Rule สำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามควบคุมอุตสาหกรรมนี้ให้มีความโปร่งใสมากขึ้น
บทสรุป
การตัดสินใจของ FSC ในครั้งนี้สะท้อนถึงความกังวลของทางการเกาหลีใต้ต่อความเสี่ยงในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการกู้ยืมที่อาจนำไปสู่การสูญเสียอย่างรุนแรงสำหรับนักลงทุนรายย่อย
ผู้เชี่ยวชาญจาก BTCC มองว่าว่ามาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตในเกาหลีใต้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจช่วยสร้างเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือให้กับอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ FSC ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจมีมาตรการเพิ่มเติมหากพบว่าว่ามีความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อนักลงทุน