โอกาสเฟดลดดอกเบี้ยเดือนกันยายน 2025 พุ่ง 90% หลัง CPI สหรัฐต่ำกว่าคาด
- CPI สหรัฐต่ำกว่ากว่าคาด ส่งสัญญาณแรงให้เฟดลดดอกเบี้ย
- ตลาดปรับเพิ่มโอกาสเเฟดลดดอกเบี้ย
- ปฏิกิริยาจากนักวิเคราะห์
- ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
- คำถามที่พบบ่อย
ตลาดการเงินสหรัฐกำลังจับตาการประชุมเเฟดเดือนกันยายน 2025 หลังตัวเลขดัชนีราราคาาผู้บริโภค (CPI) ล่าสุดออกมาต่ำกว่ากว่าคาด ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์โอกาสที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 90% จากเดิมที่เคยประเมินไว้เพียง 75-80% ก่อนหน้านี้
CPI สหรัฐต่ำกว่ากว่าคาด ส่งสัญญาณแรงให้เฟดลดดอกเบี้ย
รายงานล่าสุดจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% เทียบเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งต่ำกว่ากว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดไว้ 2.8% สำหรับตัวเลข Core CPI ที่ไม่รวมราราคาอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 3.1% เทียบปีต่อปี
ตลาดปรับเพิ่มโอกาสเเฟดลดดอกเบี้ย
จากข้อมูลของ CME FedWatch Tool ชี้ให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดอนุพันธ์ปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายนนี้สูงถึง 90% จากเดิมที่เคยประเมินไว้เพียง 75-80% ก่อนการประกาศตัวเลข CPI ล่าสุด
ปฏิกิริยาจากนักวิเคราะห์
ทีมนักวิเคราะห์จาก BTCC ให้ความเห็นว่า "ตัวเลข CPI ที่ออกมาต่ำกว่ากว่าคาดเป็นสัญญาณที่ดีว่าความกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลาย ซึ่งเปิดทางให้เเฟดสามารถเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเร็วๆ นี้"
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดมักส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ในขณะเดียวกันอาจกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ
คำถามที่พบบ่อย
เหตุใดตัวเลข CPI จึงสำคัญต่อการตัดสินใจของเฟด?
เเฟดใช้ดัชนีราราคาาผู้บริโภค (CPI) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดหลักในการประเมินสถานการณ์เงินเเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการปรับอัตราดอกเบี้ย
การลดดอกเบี้ยของเเฟดจะส่งผลต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีอย่างไร?
โดยทั่วไปการลดอัตราดอกเบี้ยมักส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากทำให้ต้นทุนการกู้ยืมถูกลงและกระตุ้นนักลงทุนแสวงหาาผลตอบแทนที่สูงขึ้น