ตลาดสั่นสะเทือน! นักวิเคราะห์เผย 82% มั่นใจ Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า $65,000 ในปี 2026
- ทำไมนักลงทุนถึงเชื่อว่า Bitcoin จะร่วง?
- ปัจจัยอะไรที่ทำให้ตลาดมองขาลง?
- นักลงทุนควรเตรียมตัวอย่างไร?
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาด Bitcoin
ตลาดคริปโตกำลังเผชิญความผันผวนครั้งใหญ่ เมื่อนักลงทุนกว่า 82% บนแพลตฟอร์มทำนายราคา Polymarket เชื่อว่า Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า $65,000 ภายในปีนี้ ขณะที่บางส่วนยังมองว่าอาจพุ่งแตะ $100,000 ได้เช่นกัน
ทำไมนักลงทุนถึงเชื่อว่า Bitcoin จะร่วง?
จากข้อมูลล่าสุดบนแพลตฟอร์มทำนายราคา Polymarket นักลงทุนกว่า 82% มั่นใจว่า Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า $65,000 ในปี 2026 โดยมีเงินเดิมพันรวมกว่า $1.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่อีก 13% เชื่อว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ $73,200 และมีเพียง 5% เท่านั้นที่มองว่าราคาจะทะลุ $100,000
ความเชื่อมั่นนี้สวนทางกับความคาดหวังของนักวิเคราะห์หลายคนที่เคยมองว่า Bitcoin จะพุ่งสูงขึ้นหลังการอนุมัติ Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาเมื่อต้นปี 2024
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ตลาดมองขาลง?
Dan Morehead จาก Pantera Capital ให้ความเห็นว่า ความกังวลหลักมาจากปัจจัยเหล่านี้:
- ความผันผวนของตลาดหลัง Bitcoin Halving ในปี 2024
- แรงกดดันจากการขายของนักขุด Bitcoin
- ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐ
- การไหลออกของเงินจาก Bitcoin ETF ล่าสุด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายจาก Standard Chartered และ Bernstein ยังคงมองว่า Bitcoin อาจพุ่งไปถึง $150,000 ภายในสิ้นปีนี้
นักลงทุนควรเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับนักลงทุนที่สนใจตลาดคริปโตในปัจจุบัน ขอแนะนำให้:
- ศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเช่น CoinMarketCap และ TradingView
- กระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม
- ตั้งจุด Stop Loss เพื่อควบคุมความเสี่ยง
- ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ทีมวิเคราะห์ BTCC มองว่า "ตลาดคริปโตยังมีโอกาสเติบโตในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจเผชิญความผันผวนต่อเนื่อง"
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาด Bitcoin
Bitcoin จะลงต่ำกว่า $65,000 จริงหรือไม่?
ขณะนี้มีนักลงทุนกว่า 82% บนแพลตฟอร์ม Polymarket ที่เชื่อว่า Bitcoin จะร่วงต่ำกว่า $65,000 ในปีนี้ แต่ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันในตลาด
ควรลงทุนใน Bitcoin ตอนนี้หรือไม่?
การลงทุนใน Bitcoin ยังมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและพิจารณาระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจ
ปัจจัยอะไรที่กระทบราคา Bitcoin?
ปัจจัยหลักได้แก่ ความต้องการในตลาด นโยบายของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และสภาพคล่องในตลาด