Fed เสียงแตกไม่เลิก! ‘เบธ แฮมแม็ก’ สวนกระแส-ลั่นเงินเเฟ้อ ‘น่าห่วงกว่า’ ตลาดแรงงาน
- ทำไมเบธ แฮมแม็กถึงกังวลเรื่องเงินเฟ้อมากกว่ากว่าตลาดแรงงาน?
- ท่าทีของ Fed กับความเสี่ยงของ Government Shutdown
- บทวิเคราะห์จากทีม BTCC
การประชุม Fed ล่าสุดยังคงสร้างความแตกแยกในหมู่สมาสมาชิก โดย ‘เบธ แฮมแม็ก’ ผู้บริหารระดับสูงของ Fed ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าว (Hawkish) ต่างจากเสียงส่วนใหญ่ เ เธอชี้ว่าเงินเฟ้อยังเป็นปัญหาน่ากังวลมากกว่าตลาดแรงงาน และเตือนว่าว่าอัตราเงินเฟ้อยังไม่กลับสู่เป้าหมาย 2% ของ Fed อย่างแท้จริง
ทำไมเบธ แฮมแม็กถึงกังวลเรื่องเงินเฟ้อมากกว่ากว่าตลาดแรงงาน?
เบธ แฮมแม็ก ให้ความเห็นว่า แม้อัตราเงินเเฟ้อจะชะลอตัวลงบ้าง แต่ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed อยู่มาก เ เธอคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้ออาจจะไม่กลับสู่ระดับเป้าหมายจนกว่ากว่าปี 2026 นอกจากนี้ เธอยังแสดงความกังวลว่าว่าตลาดแรงงานที่ดูแข็งแกร่งในปัจจุบันอาจจะไม่ยั่งยืน
“ผมมองว่าเงินเเฟ้อยังเป็นความเสี่ยงหลักมากกว่าตลาดแรงงานในตอนนี้” แฮมแม็กกล่าว “เรายังเห็นแรงกดดันด้านราราคาในหลายภาคส่วน และมันอาจจะใช้เวลานานกว่าที่เราคิดเพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่ระดับเป้าหมาย”
ท่าทีของ Fed กับความเสี่ยงของ Government Shutdown
แฮมแม็กยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของ Government Shutdown ที่อาจเกิดขึ้นในสหรัฐฯ โดยเธอมองว่าแม้สถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันจะยัง “ค่อนข้างแข็งแกร่ง” (generally healthy) แต่การปิดรัฐบาลอาจสร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจ
“Government Shutdown เป็นความเสี่ยงที่เราต้องจับตามอง มันอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น” เ เธอกล่าว พร้อมเสริมว่า Fed จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
บทวิเคราะห์จากทีม BTCC
ทีมนักวิเคราะห์ของ BTCC มองว่าว่าคำกล่าวของแฮมแม็กสะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกภายใน Fed ที่ยังคงมีอยู่ แม้เสียงส่วนใหญ่จะโน้มเอียงไปทางการหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ยังมีสมาชิกบางส่วนที่กังวลเรื่องเงินเเฟ้อ
“การที่ผู้บริหาร Fed ออกมาแสดงท่าทีแตกต่างเช่นนี้ ทำให้ตลาดยังคงมีความไม่แน่นอน” นักวิเคราะห์ BTCC กล่าว “เราคาดว่า Fed จะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนที่จะพิจารณาลดลงเมื่อเห็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นว่าเงินเเฟ้อกลับสู่เป้าหมายแล้ว”
ข้อมูลจาก TradingView ชี้ให้เห็นว่าว่าตลาดยังคงคาดการณ์ว่า Fed อาจเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024 แต่ความเห็นของแฮมแม็กอาจทำให้ความคาดหวังนี้เปลี่ยนแปลงไป