Stablecoin ถูกใช้งานสูงถึง 35 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ใช้จ่ายจริงไม่ถึง 1% ที่เหลือคืออะไร?
- ทำไม Stablecoin ถูกใช้งานสูงแต่ใช้จ่ายจริงน้อย?
- แล้วเงินส่วนที่เหลือไปไหน?
- Stablecoin กับอนาคตของการชำระเงิน
- บทสรุปและคำแนะนำ
รายงานล่าสุดจาก McKinsey และ Artemis Analytics เผยข้อมูลน่าตกใจว่า Stablecoin มีมูลค่าการใช้งานสูงถึง 35 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี แต่มีเพียงน้อยกว่า 1% เท่านั้นที่ถูกใช้จ่ายจริง แล้วเงินส่วนที่เหลือไปไหน? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกปรากฏการณ์นี้ พร้อมวิเคราะห์สาเหตุและแนวโน้มที่น่าสนใจ
ทำไม Stablecoin ถูกใช้งานสูงแต่ใช้จ่ายจริงน้อย?
จากการวิเคราะห์ของ McKinsey และ Artemis พบว่ามูลค่าการใช้งาน Stablecoin ทั้งปีสูงถึง 35 ล้านล้านดอลลาร์ แต่มีเพียง 380,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1%) เท่านั้นที่ถูกใช้สำหรับการชำระเงินจริง ส่วนที่เหลือกว่า 99% ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก Visa และ Mastercard ที่แสดงให้เห็นว่ามีการใช้ Stablecoin สำหรับการชำระเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แล้วเงินส่วนที่เหลือไปไหน?
ข้อมูลจากทั้งสองบริษัทวิจัยชี้ให้เห็นว่า Stablecoin ส่วนใหญ่ถูกใช้สำหรับ 3 วัตถุประสงค์หลัก:
- การซื้อขายและเก็งกำไร (Trading & Speculation): มูลค่าสูงถึง 226,000 ล้านดอลลาร์
- การโอนเงินระหว่างกัน (Peer-to-Peer Transfers): มูลค่า 90,000 ล้านดอลลาร์
- การชำระเงินอัตโนมัติ (Automated Fund Settlement): มูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์
Stablecoin กับอนาคตของการชำระเงิน
แม้ปัจจุบันการใช้ Stablecoin สำหรับการชำระเงินจะยังมีสัดส่วนน้อย แต่บริษัทอย่าง Circle และ Tether กำลังทำงานร่วมกับ Visa และ Stripe เพื่อเพิ่มการยอมรับ Stablecoin ในระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิม การวิเคราะห์ของ BTCC ชี้ว่าแนวโน้มนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
บทสรุปและคำแนะนำ
จากข้อมูลทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า Stablecoin ยังมีบทบาทหลักในตลาดการซื้อขายมากกว่าการชำระเงินในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ Stablecoin ในปีที่ผ่านมาสะท้อนถึงศักยภาพที่อาจเปลี่ยนแปลงระบบการเงินในอนาคต
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่สร้างคำแนะนำการลงทุน